โครงสร้างพื้นฐานขีดความสามารถในการรองรับและโอกาสทางธุรกิจ

ความสําคัญ

          โครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานเป็นองค์ประกอบหลักที่กำหนดขีดความสามารถในการให้บริการของ ทอท. ทั้งในด้านการรองรับผู้โดยสาร การดำเนินงานของสายการบิน และการสร้างรายได้จากกิจกรรมเชิงพาณิชย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบินจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

          อย่างไรก็ตาม ทอท. ต้องเผชิญกับความท้าทายและความเสี่ยงทั้งในด้านโครงสร้างและกระบวนการดำเนินงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อการขยายหรือปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น หรือความต้องการของสายการบินในช่วงเวลาสำคัญ หากการวางแผนและการลงทุนไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้โดยสาร อาจนำไปสู่ต้นทุนที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (Sunk Cost) และผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินขององค์กร

          ในทางกลับกัน การบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ข้อมูลเชิงลึกในการวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาโครงการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Logistics) ร่วมกับพันธมิตร การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสนับสนุนการดำเนินงาน จึงเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ทางเลือก ยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสาร และเสริมภาพลักษณ์องค์กรในระดับสากล

ความมุ่งมั่น

       ทอท. มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้ให้บริการท่าอากาศยานที่มีประสิทธิภาพสูง (High Performance Airport Operator) โดยเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถในการรองรับถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างรายได้และการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว

          ทอท. ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้โดยสาร ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและคุณภาพการบริหารจัดการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขัน แต่ยังสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน (Non-Aero) เพื่อเพิ่มความยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

แนวทางการจัดการ

       ทอท. ดำเนินงานตามแผนการดำเนินงาน และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ในการขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้ใช้บริการท่าอากาศยานและการพัฒนาธุรกิจ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีความต่อเนื่องในทุกมิติและสามารถตอบสนองผู้มีส่วนได้เสียอย่างครอบคลุม โดยมีเป้าหมายการพัฒนาขีดความสามารถทั้งภายนอกและภายใน เพื่อมุ่งสู่การเป็น “สนามบินระดับโลก” ตามวิสัยทัศน์องค์กร “ ทอท.เป็นผู้ดำเนินการและจัดการท่าอากาศยานที่ดีระดับโลก : การมุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการโดยคำนึงถึงความปลอดภัย และสร้างรายได้อย่างสมดุล” ดำเนินงานภายใต้พันธกิจ “ประกอบและส่งเสริมกิจการท่าอากาศยาน รวมทั้งการดำเนินกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกับการประกอบกิจการท่าอากาศยานโดยคำนึงถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน”

เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ทอท. ได้วางแผนการดำเนินงานสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ 

  1. แผนวิสาหกิจของ ทอท. ประจำปีงบประมาณ 2566-2570 ฉบับทบทวน (ประจำปีงบประมาณ 2568) 
  2. แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศ
  3. แผนแม่บทด้านกิจการระหว่างประเทศของ ทอท. ปีงบประมาณ 2561 2567 (AOT International Business Development Master Plan) เพื่อขยายขีดความสามารถทางธุรกิจ ครอบคลุมการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติและการสนับสนุนสมาคมการค้าที่มีแนวทางสอดคล้องกับ ทอท.

แผนวิสาหกิจของ ทอท. ประจำปีงบประมาณ 2566-2570 ฉบับทบทวน (ประจำปีงบประมาณ 2568)

ทอท. มีการวางแผนการดำเนินงานภายใต้แผนวิสาหกิจของ ทอท. ประจำปีงบประมาณ 2566-2570 ฉบับทบทวน (ประจำปีงบประมาณ 2568) - SMILE

โดยมีการกำหนดตัวชี้วัดระดับวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และค่าเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมขีดความสามารถ ในการรองรับและโอกาสทางธุรกิจ 2 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ SO1 และ SO2 โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตารางข้อมูลท่าอากาศยาน
ตัวชี้วัด ผลการดำเนินงาน ค่าเป้าหมายรายปี
2568 2568 2569 2570
SO1: พัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของท่าอากาศยานเพื่อรองรับ การขยายตัวของผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าทางอากาศ ให้เป็นไปตาม มาตรฐานความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน (Strengthen Airport Capacity and Competitiveness)
1. ขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารรวม (ล้านคน/ปี) 116 116 116 116
2. ขีดความสามารถในการรองรับการขนส่งสินค้าทางอากาศของ ทสภ. (ล้านต้น/ปี) 1.7 1.7 1.7 1.7
SO2: เพิ่มปริมาณผู้โดยสารผ่านกิจกรรมทางการตลาด การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มเส้นทางบิน และความกี่เกี่ยวบิน รวมถึง พัฒนาธิจารณ์ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน เพื่อขยายฐานรวมได้ (Maximize Financial Return through Business Development)
1. จำนวนผู้โดยสารรวม (ด้านคน/ปี) 125.98 130 140 150
2. จeนวนเที่ยวบินรวม (เที่ยวบิน/ปี) 755,429 806,569 856,679 905,761
3. ปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศของ ทสภ. (ด้านต้น/ปี) 1.48 >1.40 >1.50 >1.60
4. อัตราการใช้ประโยชน์ของอาคารต่อสิ่งสินค้าของ ทสภ. (ร้อยละ) 78 82 88 95
5. ร้อยละของรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจกรรมระดับต่อรายได้จากการดำเนินงาน (ร้อยละ) 54 55 55 55

เพื่อเป็นการสนับสนุนยุทธศาสตร์ขององค์กร ทอท. ได้มีการตั้งตัวชี้วัดในระดับกลยุทธ์ของ ทอท. มีรายละเอียดดังนี้

ตัวชี้วัด ผลการดำเนินงาน 2568 ค่าเป้าหมาย
2568 2569 2570
ยุทธศาสตร์ 1 ขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน
กลยุทธ์ 1.1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย
1. ขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารแต่ละท่าอากาศยาน (ล้านคน/ปี)
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 65 60 60 60
ท่าอากาศยานดอนเมือง 30 30 30 30
ท่าอากาศยานภูเก็ต 12.5 12.5 12.5 12.5
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 8 8 8 8
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ 2.5 2.5 2.5 2.5
ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย 3 3 3 3
2. ระดับความสำเร็จในการดำเนินงานตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานของท่าอากาศยาน (ร้อยละ)
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 100 100 100 100
ท่าอากาศยานดอนเมือง 100 100 100 100
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 100 100 100 100
กลยุทธ์ 1.2 พัฒนาการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานให้มีประสิทธิภาพ
1. อุบัติเหตุบนทางวิ่ง (Zero Accident) (ครั้ง) 0 0 0 0
2. ลำดับเปอร์เซ็นไทล์(Percentile) ของปริมาณผู้โดยสารต่อชั่วโมงที่ได้รับการให้บริการในแต่ละท่าอากาศยานตามขีดความสามารถที่ออกแบบไว้ของ ทสภ. และ ทดม. 95th Percentile (ต่อปี) 95th Percentile (ต่อปี) 95th Percentile (ต่อปี) 95th Percentile (ต่อปี)
3. ระยะเวลาขั้นต่ำในการต่อเครื่อง (Minimum connecting time : MCT) ณ ทสภ. (นาที) 75 75 75 75
ยุทธศาสตร์ 2 พัฒนาขีดความสามารถการรองรับสินค้าและการขนส่งทางอากาศ
กลยุทธ์ 2.1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศ
1. ระดับความสำเร็จในการดำเนินงานตามแผนเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการขนส่งสินค้าทางอากาศของ ทสภ. (ร้อยละ) ไม่มีแผน 100 100 100
ยุทธศาสตร์ 3 พัฒนาการดำเนินงานด้านกิจการการบิน
กลยุทธ์ 3.1 พัฒนากลยุทธ์การตลาดเส้นทางการบินเชิงรุก
1. จำนวนผู้โดยสารแต่ละท่าอากาศยาน (ล้านคน/ปี)
ทสภ. 60.00 64.44 69.11 73.68
ทดม. 29.15 33.33 36.03 38.68
ทภก. 16.39 16.00 17.39 18.76
ทชม. 8.82 10.01 10.76 11.50
ทหญ. 3.03 3.69 3.93 4.15
ทชร. 1.90 2.49 2.73 2.95
2. จำนวนเที่ยวบินแต่ละท่าอากาศยาน (เที่ยวบิน/ปี)
ทสภ. 346,678 376,818 397,323 417,407
ทดม. 197,520 223,725 238,847 253,658
ทภก. 98,711 97,692 104,845 111,851
ทชม. 57,783 69,210 73,821 78,337
ทหญ. 19,731 23,819 25,120 26,394
ทชร. 12,263 15,305 16,724 18,114
ยุทธศาสตร์ 5 พัฒนากระบวนการและคุณภาพการให้บริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจของผู้โดยสารและผู้มีส่วนได้เสีย
กลยุทธ์ 5.1 พัฒนาปัจจัยขับเคลื่อนความพึงพอใจของผู้โดยสารและสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสีย
1. ร้อยละของผู้โดยสารที่ผ่านกระบวนการเข้า - ออกประเทศ ภายในระยะเวลามาตรฐานการให้บริการที่กำหนดของท่าอากาศยาน (ร้อยละ)
1.1 กระบวนการเข้า – ออกประเทศของผู้โดยสาร ณ ทสภ.
• ขาเข้าผู้โดยสาร ระหว่างประเทศ ภายใน 40 นาที xx ≥98 ≥98 ≥98
• ขาออกของผู้โดยสาร ระหว่างประเทศ ภายใน 55 นาที xx ≥98 ≥98 ≥98
• ขาเข้าของผู้โดยสาร ภายในประเทศ ภายใน 35 นาที xx ≥98 ≥98 ≥98
• ขาออกของผู้โดยสาร ภายในประเทศ ภายใน 40 นาที xx ≥98 ≥98 ≥98
1.2 กระบวนการเข้า – ออกประเทศของผู้โดยสาร ณ ทดม.
ขาเข้าของผู้โดยสาร ระหว่างประเทศ ภายใน 35 นาที xx ≥98 ≥98 ≥98
ขาออกของผู้โดยสาร ระหว่างประเทศ ภายใน 45 นาที xx ≥98 ≥98 ≥98
ขาเข้าของผู้โดยสาร ภายในประเทศ ภายใน 30 นาที xx ≥98 ≥98 ≥98
ขาออกของผู้โดยสาร ภายในประเทศ ภายใน 30 นาที xx ≥98 ≥98 ≥98

โครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถในการรองรับ

          แนวปฏิบัติการวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถของท่าอากาศยานของ ทอท. เริ่มจากการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร และเที่ยวบินอย่างรอบด้าน คำนึงถึงปัจจัยทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และแผนฝูงบินของสายการบิน จากนั้นนำปัจจัยเฉพาะของสนามบิน เช่น ประเภทของอากาศยาน ตารางการบิน และระดับบริการ เป็นต้น มาใช้คำนวณขีดความสามารถของระบบทางวิ่ง ลานจอด และพื้นที่อาคารผู้โดยสาร โดยอ้างอิงมาตรฐานสากล (IATA Airport Development Reference Manual (ADRM) ACRP Report 25 และ ICAO) เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานของ ทอท. สามารถรองรับการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

1. คาดการณ์ปริมาณความต้องการอย่างเป็นระบบ

  • ใช้แบบจำลองการพยากรณ์ร่วมกับปัจจัยเชิงเศรษฐกิจ การคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบิน
  • จัดทำหลายสถานการณ์ (Scenario‑based forecast) เนื่องจากอุปสงค์จราจรอากาศมีความผันผวน จึงต้องใช้การคาดการณ์ตามสภาวการณ์ เช่น สถานการณ์คับคั่ง (High) สถานการณ์พื้นฐาน (Base) และ สถานการณ์เบาบาง (Low) เป็นต้น ซึ่งการมองแบบจำลองหลายฉากทัศน์ช่วยให้ ทอท. เตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั้งในภาวะขยายตัวและภาวะชะลอตัว

2. ปัจจัยที่ต้องพิจารณาเมื่อวิเคราะห์ชั่วโมงคับคั่ง (Peak‑hour) และความคับคั่งของท่าอากาศยาน

3. วิเคราะห์ขีดความสามารถของระบบทางวิ่งและลานจอด

4.วิเคราะห์พื้นที่อาคารผู้โดยสารตามระดับบริการ (Level of Service)

นอกจากนี้ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทอท. ได้คำนึงถึงหลักการออกแบบทางวิศวกรรมศาสตร์ และสถาปัตยกรรม รวมถึงการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design) เพื่อให้การออกแบบสิ่งแวดล้อม สินค้า และระบบต่าง ๆ สามารถใช้งานได้โดยคนทุกกลุ่ม

แผนปฏิบัติการด้านโครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถในการรองรับ

          สำหรับแผนงานที่สำคัญนั้น ทอท. ได้มีการวิเคราะห์แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 2568 – 2569 ตามหลักเกณฑ์ประเมินและคัดเลือกแผนปฏิบัติการของ ทอท. พบว่ามีแผนงานที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายในที่มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกับตัวชี้วัด/เป้าหมายขององค์กรที่ถูกคัดเลือกเป็นแผนปฏิบัติการของ ทอท. ประจำปีงบประมาณ 2568 ดังนี้

แผนงาน/โครงการสำคัญ
  • โครงการพัฒนา ทดม. ระยะที่ 3
  • โครงการพัฒนา ทสภ. (ปีงบประมาณ 2554 - 2560)
  • โครงการพัฒนา ทชม. ระยะที่ 1
  • แผนการดำเนินโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ทสภ. ของผู้ประกอบการรายที่ 3
  • โครงการศูนย์กระจายสินค้า
  • โครงการให้บริการรับบรรทุกสินค้าระหว่างท่าอากาศยานภูมิภาค (Road Feeder Services: RFS)
  • โครงการพัฒนาทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเชิงพาณิชย์ (Property Development Roadmap)
  • แผนแนวทางการพัฒนาแผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล (Individual Development Plan: IDP)
  • แผนการพัฒนาระยะเวลาขั้นต่ำในการต่อเครื่อง (Minimum Connecting Time : MCT ) ณ ทสภ.
  • โครงการกระตุ้นการเดินทางระหว่างประเทศมายัง ทชร. และ ทหญ.
  • แผนพัฒนาคุณภาพการให้บริการผู้โดยสาร ณ ทสภ.
  • แผนพัฒนาคุณภาพการให้บริการผู้โดยสาร ณ ทดม.
  • แผนพัฒนาคุณภาพการให้บริการผู้โดยสาร ณ ทภก.
  • แผนพัฒนาคุณภาพการให้บริการผู้โดยสาร ณ ทชม.
  • แผนพัฒนาคุณภาพการให้บริการผู้โดยสาร ณ ทหญ.
  • แผนพัฒนาคุณภาพการให้บริการผู้โดยสาร ณ ทชร.
  • แผนงานซื้อพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automatic Border Control: ABC) ระยะที่ 2
  • แผนงานซื้อพร้อมติดตั้งเพื่อปรับปรุงระบบตรวจจับผู้บุกรุก (Perimeter Intrusion Detection System: PIDS) สำหรับ ทดม., ทชม., ทชร., ทหญ. และ ทภก.
  • แผนพัฒนากระบวนการให้บริการท่าอากาศยานร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย (Airport Collaborative Decision Making: A - CDM B0) ณ ทภก. และ ทชม.
  • แผนการพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของผู้โดยสาร (Big Data: Passenger)

           การผสมผสานกลยุทธ์ทั้งสองส่วนนี้ช่วยให้ ทอท. สามารถยกระดับการเข้าถึงบริการของผู้โดยสารพร้อมกับรักษามาตรฐานการบริหารจัดการธุรกิจท่าอากาศยานระดับสากล โดยมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ทั้งนี้ การพัฒนาโอกาสทางธุรกิจของ ทอท. แบ่งเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่

ไอคอนความร่วมมือ 🤝
ขีดความสามารถและโอกาสทางธุรกิจจากภายใน ขีดความสามารถและโอกาสทางธุรกิจจากภายนอก
มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และระบบการดำเนินงานภายในองค์กร เน้นการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร และการตอบสนองต่อโอกาสจากสภาพแวดล้อมภายนอก

ขีดความสามารถและโอกาสทางธุรกิจจากภายใน (Airport Accessibility and Business Opportunity from Internal Development)

การขยายขีดความสามารถในการรองรับของท่าอากาศยานตามแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานของ ทอท. เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการให้บริการผู้โดยสาร

          ทอท. กําหนดแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานที่สอดคล้องตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ทอท. กระทรวงคมนาคม สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี โดยมีฝ่ายแผนพัฒนาท่าอากาศยาน สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง เป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินงานพัฒนาขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารตามแผนแม่บทฯ สําหรับท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. แผนแม่บทฯ ดังกล่าวได้รับการติดตามและทบทวนเป็นประจําเพื่อให้การดําเนินงานสําเร็จตามเป้าหมาย และสอดคล้องต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบิน โดยปัจจุบัน ทอท. มีการวางเป้าหมายระยะยาวของแผนพัฒนาท่าอากาศยานของ ทอท. ไว้ถึงปี 2583 ดังนี้

หน่วย : ล้านคนต่อปี
หมายเหตุ : ข้อมูลที่แสดงเป็นการวางแผนในอนาคตอาจมีการทบทวนและเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

อาคารผู้โดยสารใหม่ หรือ อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 Satellite 1 : SAT1

          ทอท. ได้ก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร SAT1 โดยเป็นโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่มีวงเงินการลงทุนประมาณ 39,760 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับนักเดินทางจากทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น และลดการแออัดของผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจาก 45 ล้านคนต่อปี เป็น 60 ล้านคนต่อปี โดยอาคารผู้โดยสาร SAT1 ได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้บริการ เช่น รถไฟฟ้าขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Automated People Mover: APM) โดย ทอท.ให้ความสำคัญในเรื่องระดับการให้บริการ (Level of Service) เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายและปลอดภัยมากที่สุด สำหรับพื้นที่ลานจอดอากาศยานของอาคาร SAT1 ประกอบด้วยหลุมจอดประชิดอาคารทั้งหมด 28 หลุมจอด โดยโครงสร้างอาคารมีการคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการออกแบบอาคารที่ยั่งยืน (Sustainable Design) มีระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ การใช้แสงธรรมชาติส่องสว่างพื้นที่ วัสดุกันความร้อน และแผง Solar Cell เพื่อลดการใช้พลังงาน สอดรับกับแผนขับเคลื่อนท่าอากาศยานที่ก้าวสู่การเป็นสนามบินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Airport)

การยกระดับและส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง เข้า – ออก ท่าอากาศยานที่สะดวกสบาย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

          ทอท. ตระหนักถึงความสําคัญในการเชื่อมต่อระบบการคมนาคมภาคพื้นดินจึงพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมอย่างต่อเนื่องตามแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานโดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะเข้าสู่ใจกลางเมืองโดยรถโดยสารสาธารณะ รถโดยสารรับจ้าง และการเชื่อมโยงกับรถไฟฟ้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง

ท่าอากาศยาน การขนส่งทางบก การขนส่งทางราง
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK)
  • ทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) สายกรุงเทพ–พัทยา–มาบตาพุด
  • ทางยกระดับบางนา–ตราด
  • รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์
  • รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (สมุทรปราการ แบริ่ง)
  • สายสีเหลือง (ลาดพร้าว–สำโรง)
ท่าอากาศยานดอนเมือง (DMK)
  • ดอนเมืองโทลล์เวย์ และทางหลวงวิภาวดี – พหลโยธิน
  • เส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือและสายเหนือ
  • โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)
ท่าอากาศยานภูเก็ต (HKT)
  • ทางหลวงหมายเลข 402 สู่แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง
  • โครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต
  • เส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือและสายเหนือ
  • โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (CNX)
  • เส้นทางหลวงหมายเลข 11
  • เส้นทางรถไฟสายเหนือ
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (HDY)
  • เส้นทางหลวงหมายเลข 4135
  • เส้นทางรถไฟสายใต้
ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (CEI)
  • เส้นทางหลวงหมายเลข 1209
  • เส้นทางรถไฟสายเหนือ
จุดเรียกแท็กซี่อัตโนมัติ (Kiosk) ที่รองรับการใช้งานของผู้พิการในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

การอํานวยความสะดวกในการเดินทางของผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางเข้า-ออกท่าอากาศยานและการเชื่อมต่อกับระบบคมนาคมภาคพื้นดินแบบบูรณาการ เป็นปัจจัยสําคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้โครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทอท. ได้ติดตั้งระบบหน้าจออัจฉริยะสำหรับการบอกตำแหน่งรถโดยสารประจำทางแบบ Real-Time และรองรับการใช้งานของผู้พิการในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

โครงการ Freezone Smart Access

ทอท. ดำเนินการติดตั้งเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Face recognition) ระบบกล้องอ่านป้ายทะเบียน (License plate recognition) ติดตั้ง ณ จุดตรวจค้นช่องทางผ่านบุคคล (Access control : AC) และสถานีตรวจสอบสินค้า (Checking Post : CP) รวมถึงตู้จำหน่ายบัตรอนุญาตบุคคลและยานพาหนะอัตโนมัติ (ID Card Self-Services Kiosk) เฉพาะประเภทบัตรอนุญาตบุคคลและยานพาหนะสำหรับเข้า-ออกพื้นที่กำกับดูแล เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชนิดชั่วคราวไม่เกิน 24 ชั่วโมง ในพื้นที่เขตปลอดอากรของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อตรวจสอบการเข้า-ออกพื้นที่กำกับดูแลเขตปลอดอากร ทสภ. และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานระหว่าง ทอท. และหน่วยงานภายนอก การพัฒนาโครงข่ายการเชื่อมต่อระหว่างท่าอากาศยานกับระบบคมนาคมภาคพื้นดินและระบบขนส่งมวลชนทางราง ช่วยให้ ทอท. สามารถยกระดับขีดความสามารถในการให้บริการผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเชื่อมโยงกับทางหลวงพิเศษ ทางยกระดับ มอเตอร์เวย์ และระบบรถไฟฟ้า เช่น แอร์พอร์ตลิงค์ รถไฟชานเมืองสายสีแดง และรถไฟฟ้าในภูมิภาคต่าง ๆ ทำให้การเดินทางเข้าสู่สนามบินและออกจากสนามบินสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า รวมถึงช่วยลดความแออัดและเวลาในการเดินทางในพื้นที่โดยรอบสนามบิน นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสนับสนุนเป้าหมายตามแผนวิสาหกิจของ ทอท. ด้านการพัฒนา ท่าอากาศยานให้มีความสามารถในการแข่งขันระดับสากล (Strengthen Airport Capacity and Competitiveness) โดยช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เพิ่มความเชื่อมโยงของท่าอากาศยานกับเครือข่ายการคมนาคมของประเทศ ส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่โดยรอบ สนับสนุนการท่องเที่ยว และสร้างโอกาสการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่สนามบิน ซึ่งล้วนช่วยเสริมภาพลักษณ์ของ ทอท. ในฐานะ “ศูนย์กลางการเดินทางและโลจิสติกส์ของภูมิภาค (Regional Aviation Hub)” ที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ขีดความสามารถและโอกาสทางธุรกิจจากภายนอก (Airport Accessibility and Business Opportunity from External Development)

การสร้างเครือข่ายผ่านบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างท่าอากาศยาน (Sister Airport Agreement: SAA)

          ทอท. ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างท่าอากาศยาน (Sister Airport Agreement : SAA) กับองค์กรที่บริหารท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2552 โดยปัจจุบันมีองค์กรที่ได้จัดทำ SAA ร่วมกับ ทอท. รวมทั้งสิ้น 14 องค์กร ครอบคลุม 18 ท่าอากาศยาน จาก 10 ประเทศ

ในการติดตามการดำเนินงาน ทอท. กำหนดให้มีการประชุมของผู้บริหารระดับสูงเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินกิจกรรมร่วมกันในแต่ละปี และเพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในการบริหารงานท่าอากาศยาน นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง ทอท. และพันธมิตรในการดำเนินงาน ผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือการตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในเรื่องต่างๆ เพื่อเป็นการรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อนำไปส่งเสริมการตลาดและการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มปริมาณเที่ยวบิน และการขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างท่าอากาศยานของ ทอท. และท่าอากาศยานภายใต้ SAA

การสรรหาโอกาสในการลงทุนหรือการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่ส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจให้กับ ทอท. ในด้านของโอกาสทางธุรกิจที่ไม่ใช่การบิน (Non-Aeronautical Business)

          เพื่อการสร้างเสริมโอกาสในการลงทุนทางธุรกิจของ ทอท. ได้ทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลงทุนผ่านโครงการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างท่าอากาศยานเพื่อการจัดการฝึกอบรม การให้คำปรึกษา เพื่อการร่วมทุนและการลงทุนที่มีโอกาสพัฒนาในอนาคต โดยสามารถนำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างท่าอากาศยานในรูปแบบของประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจท่าอากาศยาน ความสามารถทางด้านการเงิน การสร้างความสัมพันธ์และการพัฒนาบทบาทผู้นำ ซึ่งในขั้นต้นสามารถดำเนินการผ่านการให้การอบรมในประเด็นที่เป็นจุดแข็งของ ทอท. เช่น ความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย การพัฒนาขีดความสามารถในการรองรับการเติบโตทางธุรกิจ การบริหารจัดการวิกฤติ และความต่อเนื่องทางธุรกิจ การเพิ่มรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน การจัดการผู้มีส่วนได้เสีย เป็นต้น

          สำหรับการจัดอบรมถือเป็นการวางรากฐานด้านการสรรหาโอกาสทางการลงทุน ตัวอย่างเช่น ทอท. สามารถใช้จุดแข็งในด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานในการสนับสนุนผ่านโครงการความร่วมมือด้วยโครงการการอบรม เพื่อให้ได้การรับรองซึ่งมีความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจท่าอากาศยานสำหรับการเติบโตของธุรกิจที่ต้องรองรับผู้โดยสารที่มากขึ้น จึงจำเป็นต้องสามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ

การมีส่วนร่วมในเชิงรุกกับสภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (ACI) เพื่อหารือและผลักดันมาตรฐานท่าอากาศยาน ทั้งในด้านการให้บริการ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

          สภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ เป็นสมาคมการค้าของท่าอากาศยานทั่วโลกเพื่อสนับสนุนความร่วมมือ และดูแลผลประโยชน์ของท่าอากาศยานสมาชิก รวมถึงพันธมิตรการบินทั่วโลก ผ่านมาตรฐานและนโยบายที่ พัฒนาขึ้นในด้านที่เกี่ยวข้อง เช่น การให้บริการ ระบบสารสนเทศ ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น รวมถึงจัดการฝึกอบรม และเผยแพร่ความรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีเป็นประจํา

          ทอท. เป็นสมาชิก ACI ตั้งแต่ปี 2534 และได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนท่าอากาศยานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านความปลอดภัยท่าอากาศยาน การรักษาความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ทรัพยากรมนุษย์ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศท่าอากาศยาน และการจัดสรรตารางการใช้ท่าอากาศยาน (Slot) รวมถึงได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมเป็นคณะทํางานเฉพาะกิจด้านโควิด-19 ซึ่งการได้รับบทบาทเหล่านี้ใน ACI นับเป็นการเพิ่มโอกาสในการกําหนดทิศทางการดําเนินงานทั้งระดับประเทศและนานาชาติ ซึ่งมีผลต่อโอกาสทางธุรกิจการตลาด และการเป็นผู้นําด้านการให้บริการท่าอากาศยานให้กับ ทอท. ทั้งนี้ ทอท. เปิดเผยตัวเลขค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนองค์กรภายนอกทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างโปร่งใสเป็นประจําทุกปีในรายงานความยั่งยืน เพื่อแสดงความโปร่งใสในการดําเนินงานตามแนวปฏิบัติที่ดี

          นอกจากนี้การสนับสนุนสมาคมการค้า ของ ทอท. ยังได้พิจารณาถึงกิจกรรมที่แต่ละสมาคมการค้าได้กำหนดถึงกิจกรรม จุดประสงค์ และจุดยืนภายในสมาคมที่มีความสอดคล้องเกี่ยวกับการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ภายใต้ข้อตกลง Paris Agreement ด้วยความมุ่งหวังถึงการผลักดันวาระการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Lobbying and Trade Associations – Climate Alignment)

การดำเนินงาน

โครงการเพิ่มรายได้จากการดำเนินกิจกรรมระหว่างประเทศ (International Business)

          การดำเนินงานด้าน ธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business) สร้างรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับการบิน ช่วยกระจายความเสี่ยงและเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัย ผ่านการมีส่วนร่วมในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) และระดับสากล ต่อยอดสู่พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงข้อตกลงความร่วมมือกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) เพื่อพัฒนาแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานและโครงการใหม่ อาทิ การศึกษาความเป็นไปได้ของศูนย์กลางขนส่งสินค้า การสนับสนุนเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) และเป้าหมายท่าอากาศยานปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Airports) นอกจากนี้ยังช่วยขยายเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาคและพัฒนาขีดความสามารถบุคลากร ผ่านหลักสูตรเฉพาะทาง ส่งผลให้ประสบการณ์ผู้โดยสารและประสิทธิภาพการดำเนินงานดียิ่งขึ้นในภาพรวม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ (SO2) และสนับสนุนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ขีดความสามารถและโอกาสทางธุรกิจ ของ ทอท. อย่างยั่งยืน. โดยสามารถแบ่งประเภทการดำเนินงานได้ ดังนี้

  1. การให้บริการฝึกอบรมสำหรับท่าอากาศยานในต่างประเทศ (Training Services)

    เป็นการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศของ ทอท. ผ่านบริการฝึกอบรมด้านการบินและงานที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับการบินและยกระดับบทบาทในเวทีนานาชาติ ให้สอดคล้องกับ Strategic Objective SO2 และยุทธศาสตร์ 4 กลยุทธ์ 4.2 การใช้ประโยชน์สินทรัพย์/พื้นที่ว่างเปล่าและธุรกิจอื่น เพื่อเพิ่มปริมาณผู้โดยสารทางอ้อมด้วยการสร้างพันธมิตรและองค์ความรู้ ยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของสนามบินเป้าหมาย และสร้างรายได้ใหม่ (Maximize Financial Return through Business Development) โดยมีโครงการในปี 2568 ดังนี้

    • หลักสูตร ARFF (Pilot Project) – YACL เมียนมา ฝึกอบรม Aircraft Rescue and Fire Fighting
    • Aviation Administration and Financial Training – CAAN เนปาล
    • Airport Strategic Plan/Business Plan & Airport Revenue Generation – CAAN เนปาล
    • การต่อยอดฝึกอบรม – Bokeo International Airport สปป.ลาว
  2. การส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมนานาชาติและความร่วมมือภาครัฐ

    เป็นการเข้าร่วมประชุมสัมมนา และการจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคและนานาชาติ เพื่อรับทราบแนวนโยบาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบิน สนับสนุนยุทธศาสตร์ทั้ง 7 ของ ทอท. และต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงเครือข่าย สร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและเทคนิค ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม และประสบการณ์ผู้โดยสาร พร้อมถอดองค์ความรู้กลับมาใช้ในการพัฒนาสนามบินของ ทอท. โดยมีโครงการในปี 2568 ดังนี้

    • ICAO Assembly ครั้งที่ 42 (มอนทรีออล) เวทีพิจารณานโยบาย มาตรฐาน และงบประมาณด้านการบินพลเรือนระดับโลก ประเทศไทยเข้าร่วมสม่ำเสมอเพื่อสะท้อนบทบาทและทิศทางการพัฒนางานบินของประเทศ
    • ASEAN ATWG ครั้งที่ 50–52 และที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อน ASAM, ATEC/ATTC SWG, ASAAP และ SAF โดย ทอท.เป็นผู้บรรยายหัวข้อ AOT’s Airport Decarbonization ใน ASEAN Sustainability ครั้งที่ 6 (เชียงใหม่)
    • Conference of Directors General of Civil Aviation, Asia-Pacific ครั้งที่ 60 (เซนได, ญี่ปุ่น): แลกเปลี่ยนมาตรฐานความปลอดภัย การบริหารจัดการ การรักษาความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการยกระดับกำกับดูแล
    • ICAO Asia/Pacific WHM Workshop & AP-WHM/WG/7 (เนปาล) เวทีผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอันตรายจากสัตว์ แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศและติดตามความคืบหน้าแผนงานรัฐ
    • ภารกิจนอกแผนเพื่อสนับสนุนภาครัฐและ ทอท. เช่น การดูงานสนามบินบรัสเซลส์–สคิปโฮล–ชาร์ลส์ เดอ โกล การดูงาน TÜRASAŞ และ iGA Istanbul Airport การเข้าร่วมงาน ICAO APAC Regional Aviation Training Symposium 2025 (สิงคโปร์) และพิธีลงนาม MSA ระหว่าง ICAO–AOT ครอบคลุมความร่วมมือ Safety & Security Procedures, Master Plan Development, Feasibility Study of Cargo Hub และ Environmental Sustainability (SAF และ Net Zero Airports) เพื่อยกระดับมาตรฐาน การแบ่งปันความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ผู้ใช้บริการ
    • การเป็นวิทยากร/ผู้บรรยายระดับผู้บริหาร (4 เวที) ได้แก่
    • IATA World Passenger Symposium 2024 – Fireside Chat: Modernizing Passenger Experience (30 ตุลาคม 2567 กรุงเทพฯ)
    • IATA One ID Asia-Pacific Workshop 2024 – Modernizing Passenger Experience (1 พฤศจิกายน 2567 กรุงเทพฯ)
    • ICAO APAC International Women’s Day 2025 – “Empowered to Lead: Breaking Barriers in Every Field” (10 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สำนักงาน ICAO APAC)
    • Canada–Thailand Dialogue: Aerospace Cooperation (26 พ.ค. 2568 กรุงเทพฯ)
  3. งานสนับสนุนเชิงระบบและการสร้างเครือข่าย 

    เป็นกระบวนการสนับสนุนข้อมูล การติดตามผล และการประสานความร่วมมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและความโปร่งใสในการดำเนินงานระหว่างประเทศ เพื่อสร้างกลไกการบริหารและความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ มีระบบข้อมูลรองรับการตัดสินใจ และยกระดับภาพลักษณ์องค์กรผ่านเครือข่ายสากล โดยมีโครงการในปี 2568 เช่น การสรุปรายงานประชุมผู้แทน ทอท. เผยแพร่ผ่าน Web Portal การจัดทำข้อมูลการเดินทาง การสนับสนุนโครงการ ICAO Global Ambassadors Programme การประสานการเยี่ยมชมและศึกษาดูงานคณะของ Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism (MLIT) ประเทศญี่ปุ่น และ กพท. เป็นต้น

โครงการเพิ่มรายได้จากกิจกรรมเชิงพาณิชย์

          ทอท. ยังคงดำเนินการเพิ่มรายได้จากการขนส่งสินค้าทางอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการขยายอาคารคลังสินค้าและโครงการก่อสร้างคลังสินค้าใกล้อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 (SAT-2) ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ รวมถึงดึงดูดบริษัทขนส่งสินค้าทางอากาศชั้นนำของโลกเข้ามาร่วมลงทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้าทางอากาศแห่งภูมิภาค ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นอกจากนั้น ทอท. มีแผนในการเพิ่มรายได้แหล่งใหม่ พร้อมเปิดโครงการใหม่ขยายการลงทุนและรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน ดังนี้

  1. โครงการตามพระราชบัญญัติการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนปี พ.ศ.2562 ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท.
    ปัจจุบันมีโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 และโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 ซึ่ง ทอท.อยู่ระหว่างการคัดเลือกเอกชนของโครงการดังกล่าว นอกจากนี้ ทอท.อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินการคัดเลือกเอกชน อาทิ โครงการให้บริการซ่อมขนาดเบาอากาศยาน โครงการให้บริการระบบไฟฟ้า 400 Hz และระบบปรับอากาศ PC-Air เป็นต้น

  2. โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง
    โครงการก่อสร้าง Junction Building และอาคารจอดรถ พร้อมพื้นที่ให้บริการโรงแรม เพื่อเป็นจุดเชื่อมระหว่างการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากทางอากาศไปยังระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง และรถสาธารณะต่าง ๆ

  3. โครงการพัฒนาทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเชิงพาณิชย์ (Property Development Roadmap)

       เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ทอท.ได้จัดงาน AOT Property Showcase : The Six Pillars of Opportunity เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่น และเชิญชวนนักลงทุนร่วมพัฒนาทรัพย์สินที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ทั้ง 6 ท่าอากาศยาน จำนวนกว่า 2,512 ไร่ และพื้นที่อาคาร Junction Building ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยมีแนวทางการให้เอกชนใช้ประโยชน์ได้ ประกอบด้วย โรงแรม การขนส่งและโลจิสติกส์ สำนักงานและศูนย์ธุรกิจ ร้านค้าและศูนย์การค้า การท่องเที่ยวและนันทนาการ การประชุม สัมมนาและนิทรรศการ ที่พักอาศัย การกีฬา การรักษาพยาบาล ) โดยมีนักลงทุนร่วมงานจำนวนกว่า 200 ท่าน จากกว่า 90 บริษัท

โครงการนี้ช่วยเพิ่มรายได้จากแหล่งที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินผ่านการพัฒนาพื้นที่ว่างและทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ใน 6 ท่าอากาศยาน รวมกว่า 2,512 ไร่ และอาคาร Junction Building สร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีต่อกลุ่มนักลงทุน ผ่านการจัดงาน AOT Property Showcase และ Property Tour ซึ่งมีนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 90 บริษัท ดึงดูดการลงทุนหลากหลายประเภท โดยมีข้อเสนอจากนักลงทุนสำหรับ 24 โครงการ ครอบคลุมกิจกรรม เช่น โรงแรม โลจิสติกส์ ศูนย์การค้า การประชุมและนิทรรศการ ที่พักอาศัย กีฬา และการรักษาพยาบาล สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านกิจกรรม AOT Property Network เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง ทอท. และภาคเอกชน รวมถึงประชาสัมพันธ์และเพิ่มการรับรู้ในวงกว้าง ด้วยการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่าง ๆ กว่า 146 ช่องทาง ทั้งออนไลน์และโทรทัศน์

ทบทวนล่าสุด 27/02/2026