สิทธิมนุษยชน

ที่มาและความสำคัญ

          การดำเนินธุรกิจของ ทอท. ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อาจแฝงความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ได้แก่ พนักงานและลูกจ้างของ ทอท. คู่ค้าและผู้รับเหมา ผู้ประกอบการและสายการบิน ลูกค้า ชุมชนและสังคม รวมถึงสื่อมวลชน ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นครอบคลุมประเด็นด้านความปลอดภัยในชีวิตและสุขภาพ สภาพการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม การเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด เสรีภาพในการรวมกลุ่ม การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชุมชนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

          ในฐานะรัฐวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและการตรวจสอบจากภาครัฐ นักลงทุน และประชาชน การเคารพสิทธิมนุษยชนทั้งในมิติแรงงาน การบริหารจัดการผู้รับเหมา และการให้บริการผู้ใช้บริการอย่างเท่าเทียม จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนขององค์กร ทอท. จึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชนสากล โดยบูรณาการประเด็นสิทธิมนุษยชนเข้ากับระบบบริหารจัดการองค์กรอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการประเมินความเสี่ยง การกำหนดมาตรการป้องกัน บรรเทา และเยียวยาผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงด้านสังคมและกฎหมาย ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานองค์กรในระยะยาว

ผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ

          การบูรณาการหลักการด้านสิทธิมนุษยชนในกระบวนการดำเนินธุรกิจของ ทอท. เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องในการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขันขององค์กร โดยการให้บริการที่ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้บริการช่วยเพิ่มความพึงพอใจของผู้โดยสาร ลดความเสี่ยงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และลดผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เท่าเทียม ปลอดภัย และปราศจากการเลือกปฏิบัติ ยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพ ประสิทธิภาพ และความผูกพันของบุคลากร ซึ่งเป็นทรัพยากรหลักขององค์กร การดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบไม่เพียงช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ ทอท. แต่ยังเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน เสริมสร้างความเชื่อมั่นจากนักลงทุน และส่งผลเชิงบวกต่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจขององค์กรในระยะยาว

ความท้าทายและโอกาส

          การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของ ทอท. เผชิญกับความท้าทายหลายประการที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบโดยเฉพาะการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานซึ่งมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับคู่ค้าจำนวนมาก ทำให้จำเป็นต้องมีระบบติดตามและกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายปฏิบัติตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนอย่างสอดคล้องในด้านต้นทุนและการลงทุน การรักษาสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่อยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนกับการควบคุมค่าใช้จ่าย ถือเป็นความท้าทายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงจากเหตุการณ์ละเมิดสิทธิที่อาจถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนและนักลงทุนได้

          อย่างไรก็ตาม ความท้าทายเหล่านี้มาพร้อมกับ โอกาสในการสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน โดยการยกระดับมาตรฐาน สิทธิมนุษยชนสามารถสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ครอบคลุมผู้โดยสารทุกกลุ่มสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกัน การสร้างความร่วมมือกับชุมชนผ่านโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษา ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน ลดความขัดแย้ง และสร้างความไว้วางใจในระยะยาว

           นอกจากนี้ การดำเนินงานที่สอดคล้องกับ หลักความยั่งยืน (ESG) ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือขององค์กรและสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตและความต่อเนื่องของ ทอท.ในอนาคต

ความมุ่งมั่นและผลการดำเนินงาน

ความมุ่งมั่นของ ทอท.และนโยบายที่เกี่ยวข้อง

         ทอท. ดำเนินธุรกิจตามนโยบายสิทธิมนุษยชน ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2561 โดยมีแนวทางที่สอดคล้องกับ หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) ตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การ สหประชาชาติ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อนุสัญญาหลักด้านสิทธิแรงงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) หลักการว่าด้วยการปกป้องสิทธิ การเคารพสิทธิ และการเยียวยาผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น หรือ Ruggie’s Framework ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า และจรรยาบรรณ ทอท.
          โดยนโยบายดังกล่าวครอบคลุมสิทธิของพนักงาน สิทธิของชุมชนและสิ่งแวดล้อม สิทธิของคู่ค้าธุรกิจ และสิทธิของลูกค้า ในสถานที่ปฏิบัติงานของ ทอท. (Own Operations) รวมถึงคู่ค้าและผู้รับเหมาทางตรง (Contractors & Tier-1 Suppliers) และบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุน (Joint Venture without Management Control) โดย ทอท. มีความมุ่งมั่นที่จะป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ทรงสิทธิในประเด็นต่าง ๆ เช่น การค้ามนุษย์ (Human Trafficking) การใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) การใช้แรงงานเด็ก (Child Labor) และสิทธิเด็ก การเลือกปฏิบัติ (Discrimination) สิทธิในการการรวมกลุ่มและเจรจาต่อรอง (Collective Bargaining) และการให้ค่าตอบแทนที่เท่าเทียม (Equal Remuneration) รวมถึงสนับสนุนความเสมอภาคและความเท่าเทียมในสังคม (Diversity, Equity, Inclusion, and Belonging: DEI&B) ที่ประกอบด้วย เพศ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา รสนิยมทางเพศ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง

          ทอท. มุ่งมั่นป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยส่งเสริมการบริหารจัดการข้อร้องเรียน และกำหนดมาตรการเยียวยาในกรณีเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจของ ทอท. ดำเนินไปอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน โดย ทอท. ดำเนินการสื่อสารนโยบายสิทธิมนุษยชนให้แก่พนักงาน ทอท.ทุกคน ผ่านทางระบบหนังสือเวียนและระบบ Intranet ภายในของ ทอท. รวมถึงลูกค้าและคู่ค้าธุรกิจภายใต้ความรับผิดชอบของ ทอท.

นโยบาย ข้อกำหนด กฎระเบียบ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

           ทอท. กำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการเคารพ คุ้มครอง และป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการดำเนินงานขององค์กร โดยมุ่งมั่นที่จะป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่าง ๆ เช่น การค้ามนุษย์ (Human Trafficking) การใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) การใช้แรงงานเด็ก (Child Labor) การเลือกปฏิบัติ (Discrimination) สิทธิในการรวมกลุ่มและเจรจาต่อรอง (Freedom of Association & Collective Bargaining) และการให้ค่าตอบแทนที่เท่าเทียม (Equal Remuneration) ตลอดจนให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อพนักงานโดยไม่เลือกปฏิบัติและยอมรับความหลากหลาย ความเสมอภาคและความเท่าเทียมในสังคม (Diversity, Equity, Inclusion, and Belonging: DEI&B) ที่ประกอบด้วย เพศ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา รสนิยมทางเพศ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง นอกจากนี้ ทอท. ยังตรวจติดตามสภาพการทำงานที่สนับสนุนสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ส่งเสริมการบริหารจัดการข้อร้องเรียน และกำหนดมาตรการเยียวยาในกรณีเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจของ ทอท. ดำเนินไปอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน

หมวดที่ 1
มาตรฐานและกรอบแนวทางสากล

  • หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs)
  • เสาหลัก 3 ประการ ได้แก่ การปกป้อง (Protect) การเคารพ (Respect) และการเยียวยา (Remedy) ตามกรอบ Ruggie's Framework ภายใต้ UNGPs

หมวดที่ 2
ตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน

  • ตราสารระหว่างประเทศหลักด้านสิทธิมนุษยชน
  • กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
  • กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR)
  • อนุสัญญาหลักด้านสิทธิแรงงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

หมวดที่ 3
นโยบายสิทธิมนุษยชนของ ทอท.

  • นโยบายสิทธิมนุษยชน
  • แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
  • ข้อบังคับสภาพแรงงาน รัฐวิสาหกิจ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ตัวชี้วัด
ความครอบคลุมของการประเมินความเสี่ยง
ด้านสิทธิมนุษยชน ครอบคลุม
1. การดำเนินงานขององค์กร (Own Operations)
2. คู่ค้าและผู้รับเหมาทางตรง (Contractors & Tier 1 Suppliers)
3. บริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุนที่ ทอท. ไม่มีอำนาจควบคุมการบริหาร (Joint Venture)
กรณีที่เกิดเหตุการณ์การละเมิด
ด้านสิทธิมนุษยชน
เป้าหมาย
ปี 2568
ร้อยละ 100
ร้อยละ 100
ร้อยละ 100
ร้อยละ 100
0
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568
ร้อยละ 100
ร้อยละ 100
ร้อยละ 100
ร้อยละ 100
0

แนวทางการจัดการ

การกำกับดูแลด้านสิทธิมนุษยชน

           ทอท. ดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) อย่างสม่ำเสมอและทบทวนผลการตรวจสอบทุกปี ตามแนวทางของ United Nation Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs) ที่ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนที่สำคัญ ได้แก่ 

  1.  ประกาศนโยบายสิทธิมนุษยชน
  2. การประเมินผลกระทบและความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
  3. การบูรณาการผลการประเมินกับการบริหารภายในองค์กร
  4. การติดตามและรายงานผลการดำเนินการ และ
  5.  การแก้ไขและเยียวยาผลกระทบ โดย ทอท. ให้ความสำคัญกับ ความโปร่งใสในการเปิดเผยผลการตรวจสอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย และส่งเสริมแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน

           นอกจากนี้ ยังมีการจัดการเป็นประจำทุกปี หรือเมื่อมีประเด็นสำคัญที่ต้องหารือร่วมกับ ทอท. เพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมการเจรจาต่อรองระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง

กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน

           ทอท. มีการประเมินผลการจัดการความเสี่ยงผ่านกระบวนการตรวจสอบภายในและการติดตามข้อร้องเรียนอย่างต่อเนื่องพร้อมรายงานต่อคณะกรรมการธรรมาภิบาลและผู้บริหารระดับสูงเป็นประจำ โดยมีการกำหนดช่องทางรับข้อร้องเรียนและข้อคิดเห็นด้านสิทธิมนุษยชนที่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก ผ่านกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนที่มีความเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกประเด็นที่ได้รับการร้องเรียนจะได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบ พร้อมดำเนินการปรับปรุงแก้ไขอย่างเหมาะสมและทันท่วงที โดยมีหลักปฏิบัติในการตรวจสอบประเด็นที่ได้รับ ปรับปรุงการดำเนินงาน หลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนในวงกว้าง

          เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน หน่วยงานที่รับผิดชอบจะดำเนินการตรวจสอบความเพียงพอของข้อมูล รวบรวมข้อเท็จจริง และติดตามสถานะของเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นระบบ โดยกรณีที่ผู้ถูกร้องเรียนเป็นพนักงานหรือผู้บริหารระดับสูง จะมีการพิจารณาโดยผู้มีอำนาจหน้าที่ที่เหมาะสม และอาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นอิสระ 

          ในกรณีที่การตรวจสอบพบว่า ทอท. เป็นผู้ก่อให้เกิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทอท. มุ่งมั่นที่จะดำเนินการแก้ไข เยียวยา และปรับปรุงการดำเนินงานตามความเหมาะสม เพื่อบรรเทาผลกระทบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยคำนึงถึงผู้ได้รับผลกระทบเป็นสำคัญ ซึ่งกลไกการรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการประยุกต์ใช้หลักการเคารพสิทธิมนุษยชนไว้ในกระบวนการดำเนินงานของ ทอท. และเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความไว้วางใจ ความโปร่งใส และความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน

  • ตู้รับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ติดตั้ง ณ สํานักงานใหญ่และบริเวณสํานักงานท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง
  • จดหมายจ่าหน้าซองถึง คณะกรรมการ ทอท. กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ หรือผู้อํานวยการสํานักตรวจสอบบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) ที่ ตู้ปณ.3 ปณฝ.ดอนเมือง กทม. 10211
  • E-mail: goodgovernance@airportthai.co.th
  • AOT Contact Center 1722
  • เว็บไซต์ www.airportthai.oo.th ในส่วน “ติดต่อและรับเรื่องร้องเรียน” หรือช่องทางแชตออนไลน์
  • ฝ่ายสื่อสารองค์กร E-mail: aotpr@airportthai.co.th

           ทอท. กำหนดช่องทางรับข้อร้องเรียนและข้อคิดเห็นด้านสิทธิมนุษยชน ที่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงได้ผ่านกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกประเด็นที่ ทอท. ได้รับการร้องเรียนจะถูกตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขการดําเนินงานให้ดีขึ้น ทั้งนี้ ทอท. มุ่งเน้นการป้องกันและหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในทุกระดับ

          เมื่อได้รับข้อร้องเรียน จะมีกระบวนการรับเรื่อง แยกประเภท ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ แจ้งผลผู้ร้องภายใน 15 วัน และสรุปรายงานผู้บริหาร โดยมีหลายช่องทางให้ร้องเรียน เช่น ออนไลน์ โทรศัพท์ อีเมล หรือกล่องรับเรื่องร้องเรียน เป็นต้น  พร้อมทั้งมีขั้นตอนจัดการกรณีทุจริตที่ชัดเจน เช่น ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ดำเนินการทางวินัย และป้องกันการเกิดซ้ำ

แนวทางการเยียวยาหากเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน

          ทอท. ได้มีการกำหนดมาตรการเยียวยาในกรณีเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมีการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากพบว่ามีกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น ทอท. จะดำเนินการแก้ไขและเยียวยาผลกระทบดังกล่าวทันที โดยมีแนวทางการเยียวยา เช่น การจ่ายค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง การจ่ายเงินทดแทนกรณีประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน

การสนับสนุนด้านเสรีภาพในการสมาคมและการเจรจาต่อรองร่วม

  1. ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง และระหว่างลูกจ้างด้วยกัน
  2. พิจารณาและช่วยเหลือสมาชิกตามคำร้องทุกข์เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์
  3. พิทักษ์และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง
  4. ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
  5. ร่วมดำเนินการและให้ความร่วมมือเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและรักษาผลประโยชน์ของ ทอท.
  6. แสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้างของลูกจ้าง

การออกแบบอาคารผู้โดยสารตามแนวคิดอารยสถาปัตย์ (Universal Design of Terminals)

  1. ทารกและเด็กเล็ก ต้องการพื้นที่ปลอดภัย ป้องกันการพลัดตกหล่น และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการเคลื่อนไหว
  2. ผู้สูงอายุ มักมีปัญหาการทรงตัวและการเคลื่อนไหว ต้องการพื้นเรียบ ป้องกันการลื่น และสิ่งอำนวยความสะดวก
    เช่น ราวจับ
  3. ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ต้องการพื้นที่กว้างสำหรับรถเข็น ทางลาดที่มีความชันเหมาะสม และป้ายบอกทางที่ชัดเจน
  4. ผู้ใช้รถเข็น ต้องการทางลาดที่ไม่ชันเกินไป พื้นที่กว้างเพียงพอ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เข้าถึงง่าย
  5. ผู้พิการทางการมองเห็น ต้องการพื้นผิวที่มีความแตกต่างชัดเจน ป้ายสัญลักษณ์ที่มีตัวอักษรนูน และข้อมูลเสียงประกอบ
  6. ผู้พิการทางการได้ยิน ต้องการสัญญาณภาพ ข้อความ หรือสัญลักษณ์แทนเสียง รวมถึงการออกแบบที่ลดเสียงรบกวน
  7. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการรับรู้ ต้องการข้อมูลที่เข้าใจง่าย เช่น ภาพประกอบ สัญลักษณ์ และการจัดวางที่เป็นระเบียบ

โดยหลักออกแบบ Universal Design ถูกนำมาปรับใช้ในการออกแบบส่วนต่าง ๆ ของท่าอากาศยานในประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1. พื้นที่และความสามารถการเข้าถึง ได้แก่
  • ทางเดินและทางลาด : พื้นราบ ไม่มีขั้นบันได พร้อมทางลาดที่มีความชันตามมาตรฐาน และพื้นผิวกันลื่น
  • ลิฟต์และบันไดเลื่อน : ตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย มีปุ่มกดที่ต่ำ และมีเสียงบอกสำหรับผู้พิการทางสายตา
  • ห้องน้ำสาธารณะ : ห้องน้ำสำหรับผู้พิการ ห้องสำหรับดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุ เพื่อรองรับทุกกลุ่ม
  • พื้นที่รับ-ส่ง : มีพื้นที่ใกล้ทางเข้า-ออกสำหรับรถเข็น พร้อมป้ายแสดงและพื้นผิวที่ปลอดภัย

     2. การนำทางและระบบป้าย ต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น สี แสง ป้ายเสียง แผ่นนำทางสำหรับผู้พิการทางสายตา การข้ามทางม้าลายแบบจับคู่เสียงสัญญาณ และสัญญาณสัมผัสที่ทางแยก เพื่อช่วยผู้พิการทางสายตาและผู้โดยสารที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ให้เดินทางได้ปลอดภัยและสะดวก

     3. ความปลอดภัยและระบบฉุกเฉิน โดยพื้นที่ต้องปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว ทางออกฉุกเฉินต้องเข้าถึงง่าย พร้อมสัญญาณเสียงและแสง ระบบไฟและอุปกรณ์เตือนภัยต้องชัดเจน ใช้วัสดุป้องกันอัคคีภัย เช่น ผนังทนไฟ และระบบดับเพลิงอัตโนมัติ

     4. ขนาดพื้นที่และการใช้งาน สนามบินควรมีพื้นที่หลากหลาย รองรับการรอรถ การพักผ่อน และการทำงาน เฟอร์นิเจอร์ต้องปรับเปลี่ยนได้ เพื่อใช้เป็นโซน Co-working หรือ โซนพักผ่อนตามความต้องการ

     5.ความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยมีการออกแบบพื้นที่และบริการที่เคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรมของผู้ใช้บริการ เช่น ห้องละหมาดแยกชายหญิง บริการอาหารที่หลากหลาย เช่น อาหารฮาลาล อาหารเจ และอาหารมังสวิรัติ รวมถึงการจัดป้ายสื่อสารหลายภาษา เพื่อสร้างความสะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรกับผู้โดยสารจากทั่วโลก

    6. พื้นที่พักผ่อนที่เหมาะสำหรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม เช่น โซนเงียบสงบ เก้าอี้นั่งสบาย และพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กที่มองเห็นได้ง่าย เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถพักผ่อนและใช้เวลาอย่างสะดวกสบายระหว่างรอเดินทาง

กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence)

           ทอท. ดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของ ทอท. คือ ส่วนที่ ทอท. ดำเนินงานเอง (Own Operation) บริษัทย่อย (Subsidiaries) และบริษัทร่วมทุน (Joint Ventures without Management Control) ตลอดจนคู่ค้าและผู้รับเหมาทางตรง (Contractors & Tier 1 Suppliers) โดยมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและทบทวนตามความเหมาะสม เพื่อระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ประเมินผลกระทบ และจัดทำมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงของประเด็นที่มีความสำคัญ โดยขั้นตอนการประเมินผลกระทบและความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน แบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

แผนแม่บท
ทอท. มีการจัดทำทบทวนแผนแม่บทด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของ ทอท. ปีงบประมาณ 2567 – 2571 ฉบับทบทวน (ประจำปีงบประมาณ 2568)
โดยยุทธศาสตร์์ที่ 3 : การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย มุ่งเน้นการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนรอบด้านที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (ร้อยละ 100) ผ่านโครงการการประเมินความเสี่ยงด้านมนุษยชน เพื่อลดความเสี่ยงทีอาจเกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

คู่มือการดำเนินงาน

หน้าที่ความรับผิดชอบ

คณะกรรมการธรรมาภิบาล ทอท.

            กำกับดูแลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการอนุมัตินโยบายสิทธิมนุษยชน ตลอดจนติดตามการดำเนินงานตามผลการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและแนวปฏิบัติขององค์กร

สายงานทรัพยากรบุคคลและอำนวยการ และ สายงานยุทธศาสตร์ (หน่วยงานสนับสนุน)

           ควบคุมความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยการดำเนินงานและทบทวนผลการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) จัดการข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน การจัดทำมาตรการป้องกัน รวมถึงการดำเนินการฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

           ทอท. มอบหมายให้ สายงานทรัพยากรบุคคลและอำนวยการ ร่วมกับสายงานยุทธศาสตร์ รับผิดชอบการควบคุมความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า และทำหน้าที่รับผิดชอบจัดสรรทรัพยากรในการปฏิบัติงานในแต่ละวัน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการธรรมาภิบาล ทอท. โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้

แผนการดำเนินงานปี 2568

  • การทบทวนและประกาศนโยบายสิทธิมนุษยชน
  • การกำหนดขอบเขตการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
  • การจัดทำทะเบียนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
  • การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนของ ทอท.
  • การบรรเทาความเสี่ยงหรือวางกลไกป้องกันและกำหนดแนวทางการเยียวยา
  • การสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย
  • การติดตาม/เชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
  • การบริหารจัดการช่องทางการร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน

           ในปี 2568 ทอท. ได้ดำเนินการทบทวนประเด็นความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk/Impact Assessment) จากผลลัพธ์การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนรอบด้าน (Human Rights Due Diligence – HRDD) ที่ได้ดำเนินการไปในปี 2567 พบว่า ผลลัพธ์ยังคงสอดคล้องกับปีที่ผ่านมา โดยการประเมินคู่ค้าครอบคลุมการดำเนินงานของ ทอท. (Own Operations) คู่ค้าและผู้รับเหมาทางตรง (Contractors & Tier 1 Suppliers) และบริษัทร่วมทุนที่ ทอท. ไม่มีอำนาจควบคุมการบริหาร (Joint Venture without Management Control) โดยตรวจสอบผู้ทรงสิทธิ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มลูกค้า กลุ่มคู่ค้าและผู้รับเหมา กลุ่มชุมชนและสังคม และกลุ่มบุคลากรของ ทอท. ที่ครอบคลุมกลุ่มเปราะบาง ซึ่งประกอบด้วย สตรีมีครรภ์ เด็ก ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ แรงงานต่างด้าว แรงงานที่ว่าจ้างผ่านบุคคลที่สาม และกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQI+)

           ทั้งนี้ การดำเนินงานและกรอบแนวคิดระดับสากลด้านสิทธิมนุษยชน ถือเป็นประเด็นใหม่สำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ดังนั้น การสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชน เช่น สิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ รวมถึงประโยชน์และความเสี่ยงที่ ทอท. และผู้มีส่วนได้เสียจะได้รับ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของ ทอท. ที่จะยกระดับการดำเนินงานที่เท่าเทียมในอนาคต

          ทอท. ดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) อย่างสม่ำเสมอและทบทวนผลการตรวจสอบทุก 3 ปี และประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนทุกปี ตามแนวทางของ United Nation Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs) ที่ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนที่สำคัญ ได้แก่

(1) ประกาศนโยบายสิทธิมนุษยชน

(2) การประเมินผลกระทบและความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

(3) การบูรณาการผลการประเมินกับการบริหารภายในองค์กร

(4) การติดตามและรายงานผลการดำเนินการ

(5) การแก้ไขและเยียวยาผลกระทบ

           ทอท. ให้ความสำคัญกับ ความโปร่งใสในการเปิดเผยผลการตรวจสอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย และส่งเสริมแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน

          ทอท. ประเมินผลการจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนผ่านกระบวนการตรวจสอบภายใน และการติดตามความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการติดตามข้อร้องเรียนเพื่อรายงานผลต่อคณะกรรมการธรรมาภิบาลและผู้บริหารระดับสูงเป็นประจํา นอกจากนี้ ทอท. ยังกําหนดให้ทบทวนนโยบายและกระบวนการด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจํา นอกจากนี้ ทอท. กำหนดให้มีการทบทวนนโยบายและกระบวนการด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงของความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน และสามารถดำเนินมาตรการเชิงป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          นอกจากนี้ ทอท. ได้มีการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการสิทธิแรงงานโดยยึดหลักความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ทั้งในระดับประเทศและมาตรฐานสากล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นธรรมและปลอดภัย แนวทางนี้ครอบคลุมการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมแรงงานของ

           ทอท. ที่มุ่งส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณภาพ และการทำงานที่มีศักดิ์ศรี โดยเน้นการป้องกันการละเมิดสิทธิแรงงานและการจัดการอย่างมีระบบ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อประสิทธิภาพและความเชื่อมั่นขององค์กร เช่น การสร้างความเท่าเทียมในการจ่ายค่าตอบแทน การจัดให้มีระบบคุ้มครองทางสังคม และการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเหมาะสม เป็นต้น แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรมีเครื่องมือในการติดตามและพัฒนาการปฏิบัติด้านแรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย

การประเมินความเสี่ยงด้านแรงงาน (Labour Risk Assessment)

           ทอท. ดำเนินกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ ตามหลักการ Human Rights Due Diligence (HRDD) เพื่อระบุ ป้องกัน ลดผลกระทบ และติดตามความเสี่ยงด้านแรงงานที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ ทั้งในโครงการใหม่และการดำเนินงานที่มีอยู่เดิม

          ทั้งนี้ ผลจากกระบวนการ HRDD ถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการแรงงาน การสื่อสารความคาดหวังไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคู่ค้าทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านแรงงานอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจของ ทอท.

การประเมินความเสี่ยงในโครงการใหม่หรือกิจกรรมใหม่ การประเมินความเสี่ยงในกระบวนการดำเนินงานปกติ
สำหรับโครงการใหม่ การลงทุนใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมการดำเนินงานที่อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานในระยะเวลา 1-3 ปี ทอท. มีการพิจารณาความเสี่ยงด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการวางแผนโครงการ เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการป้องกันหรือเงื่อนไขที่เหมาะสมก่อนเริ่มดำเนินงาน โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น
  • ชั่วโมงการทำงานและการทำงานล่วงเวลา
  • ค่าจ้างและสวัสดิการที่เป็นธรรม
  • ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน
  • การใช้แรงงานที่เหมาะสมและถูกกฎหมาย
  • ความเสี่ยงที่อาจเกิดกับแรงงานของผู้รับจ้างหรือคู่ค้าทางธุรกิจ
สำหรับการดำเนินงานที่มีอยู่เดิม ทอท. ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านแรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการเข้ากับระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร และกระบวนการด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งรวมถึง
  • การทบทวนความเสี่ยงด้านแรงงานของพนักงานและแรงงานของผู้รับเหมา
  • การรับฟังข้อคิดเห็นและข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้เสีย
  • การติดตามประเด็นสิทธิแรงงานที่มีนัยสำคัญ (Salient Labour Issues)
  • การนำผลการประเมินไปใช้ในการกำหนดมาตรการป้องกัน แผนปรับปรุง และการติดตามผลอย่างเป็นระบบ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Labor Practices Programs

การบูรณาการการเคารพสิทธิมนุษยชนสู่การดำเนินงานขององค์กร (Embedding Human Rights into Practice)

          ทอท. ให้ความสำคัญกับการนำพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการหลักการด้านสิทธิมนุษยชนเข้าสู่กระบวนการดำเนินงาน นโยบาย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร

          การสื่อสารความคาดหวังด้านสิทธิมนุษยชน

          ทอท. มีการสื่อสารนโยบายและความคาดหวังด้านสิทธิมนุษยชนไปยังผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพนักงานทุกระดับ คู่ค้า ผู้รับเหมา และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้าใจบทบาทและความรับผิดชอบในการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดการดำเนินธุรกิจของ ทอท. ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น

  • ระเบียบและข้อกำหนดภายในองค์กร
  • แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า
  • การประชุม การชี้แจง และกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้

          ทั้งนี้ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ของ ทอท. ได้บูรณาการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนไว้อย่างชัดเจน โดยกำหนดให้คู่ค้า ผู้รับเหมา และผู้ให้บริการทางธุรกิจต้องปฏิบัติตามหลักการด้านสิทธิมนุษยชนและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การให้บริการ และการดำเนินงานในพื้นที่ท่าอากาศยานสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ได้แก่

  • การเคารพศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชนของแรงงานและผู้มีส่วนได้เสีย
  • การไม่เลือกปฏิบัติ การไม่ใช้แรงงานบังคับ และการไม่ใช้แรงงานเด็ก
  • การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมและปลอดภัย
  • การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • การดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือการละเมิดสิทธิ

ทอท. สื่อสารความคาดหวังดังกล่าวไปยังคู่ค้าผ่านการกำหนดเป็นแนวปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า และใช้เป็นกรอบอ้างอิงในการคัดเลือก ประเมิน และติดตามการดำเนินงานของคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของ ทอท. และคู่ค้าสอดคล้องกับหลักการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง

          พัฒนาความรู้และการอบรมด้านสิทธิมนุษยชน

          ทอท. ดำเนินการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึกด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่พนักงาน ผ่านกิจกรรมการอบรม การบรรยาย และการสื่อสารภายในองค์กร โดยเนื้อหาครอบคลุมหลักการด้านสิทธิมนุษยชน จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ การป้องกันการเลือกปฏิบัติ และการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้พนักงานสามารถนำหลักการด้านสิทธิมนุษยชนไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานประจำวัน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของ ทอท. ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน

          การดำเนินการเพื่อจัดการประเด็นด้านแรงงาน

         ทอท. ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและจัดการประเด็นด้านแรงงานที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจขององค์กร โดยครอบคลุมแรงงานของ ทอท. และแรงงานของผู้รับจ้างหรือคู่ค้าทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปอย่างเคารพสิทธิแรงงาน สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน

การป้องกันการใช้แรงงานเด็ก
ทอท. ดำเนินการป้องกันการใช้แรงงานเด็กอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดให้การจ้างงานขององค์กรเป็นไปตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง และไม่รับบุคคลที่มีอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดเข้าทำงาน

นอกจากนี้ ทอท. สื่อสารความคาดหวังด้านการไม่ใช้แรงงานเด็กไปยังผู้รับจ้างและคู่ค้าทางธุรกิจ พร้อมกำหนดให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิทธิแรงงานและกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด
การป้องกันแรงงานบังคับ
ทอท. ดำเนินมาตรการป้องกันแรงงานบังคับในทุกรูปแบบ โดยไม่อนุญาตให้มีการบังคับใช้แรงงาน การยึดเอกสารประจำตัว การจำกัดเสรีภาพในการเคลื่อนย้าย หรือการทำงานภายใต้การข่มขู่หรือบังคับใด ๆ ทั้งในกระบวนการจ้างงานขององค์กร และในกิจกรรมที่ดำเนินการผ่านผู้รับจ้างหรือคู่ค้าทางธุรกิจ
กลไกการมีส่วนร่วมของพนักงาน
ทอท. เปิดโอกาสให้พนักงานและผู้แทนพนักงานสามารถมีส่วนร่วมในการสื่อสาร แสดงความคิดเห็น และหารือกับฝ่ายบริหารผ่านกลไกที่กำหนดไว้ เช่น การประชุม การสื่อสารภายในองค์กร และช่องทางรับข้อร้องเรียน เพื่อสะท้อนข้อกังวลด้านแรงงาน สภาพการทำงาน และสวัสดิการ โดยองค์กรให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นและนำข้อเสนอแนะไปใช้ในการปรับปรุงการบริหารจัดการแรงงานอย่างเหมาะสม
การลดความเสี่ยงจากการทำงานล่วงเวลาเกินควร
ทอท. ดำเนินการควบคุมและติดตามชั่วโมงการทำงานและการทำงานล่วงเวลาให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงานและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยมีการบริหารจัดการกำลังคนอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากการทำงานล่วงเวลาเกินควร และส่งเสริมความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพนักงาน
การสนับสนุนค่าจ้างที่เป็นธรรม
"ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและเท่าเทียม สำหรับงานที่มีคุณค่าเท่ากัน (Equal Pay for Equal Work)"
ทอท. ดำเนินการจ่ายค่าจ้างและผลตอบแทนให้แก่พนักงานตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมพิจารณาปัจจัยด้านความเหมาะสมของค่าตอบแทน สวัสดิการ และโครงสร้างรายได้ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะงาน ความรับผิดชอบ และบริบทของการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมของพนักงาน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านแรงงานในระยะยาว
ทอท. ยึดหลักการค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและเท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเทียบเท่ากัน โดยบริหารค่าจ้างตามกฎหมายแรงงานและหลักความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นธรรมและยั่งยืน

ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการไม่เลือกปฏิบัติ (Diversity, Equality, Inclusion, Belonging )

          ทอท. เชื่อมั่นว่าความหลากหลายของบุคลากรเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน จึงมุ่งส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เปิดกว้าง และให้โอกาสอย่างเท่าเทียมแก่พนักงานทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของความแตกต่างส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ รสนิยมทางเพศ ความพิการ หรือสัญชาติ ทั้งนี้ ทอท. ดำเนินการตามนโยบายสิทธิมนุษยชนและหลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนสามารถเติบโต ทำงานร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างเต็มศักยภาพ

  • ความหลากหลาย (Diversity)
    การยอมรับและให้คุณค่ากับความแตกต่างในหลากหลายมิติ เช่น เพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา ความสามารถ สัญชาติ และประสบการณ์
  • ความเสมอภาค (Equity)
    การสร้างความเป็นธรรม เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม และได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมตามบริบท
  • ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (Belonging)
    ความรู้สึกของการได้รับการยอมรับ มีคุณค่า และเชื่อมโยงกับองค์กรในฐานะสมาชิกคนหนึ่ง

          หลักการสนับสนุน DEIB ในองค์กร

  • การเปิดรับความหลากหลายในทุกมิติของบุคลากร
  • ความรับผิดชอบ (Be accountable) ทุกระดับขององค์กรมีความรับผิดชอบต่อการขับเคลื่อน DEIB
  • DEI เป็นรากฐานขององค์กร ใช้เป็นฐานในการสร้างวัฒนธรรมและการดำเนินงาน
  • มุ่งเน้นเป้าประสงค์ (Focus on purpose) เชื่อมโยง DEIB เข้ากับเป้าหมายและคุณค่าขององค์กร
  • เคารพความแตกต่างของแต่ละบุคคล
  • ทำให้เป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องและสร้างความตระหนักรู้ (Make it a conscious effort) เป็นผู้นำด้วยการลงมือทำ (Lead by example) ผู้บริหารและหัวหน้างานแสดงบทบาทนำอย่างเป็นรูปธรรม
  • การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของพนักงานทุกคน รับฟังเสียงและประสบการณ์ของพนักงานทุกกลุ่ม

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • ทุกคนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
  • พนักงานรู้สึกได้รับการยอมรับ มีคุณค่า และเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
  • สภาพแวดล้อมการทำงานที่ความคิดเห็น แนวคิด และมุมมองของทุกคนมีความหมาย

          ทอท. กำหนดช่องทางรับข้อร้องเรียนและข้อคิดเห็นด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงประเด็นการกลั่นแกล้ง การคุกคาม และการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมในที่ทำงาน ( ที่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงได้ผ่านกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกประเด็นที่ ทอท. ได้รับการร้องเรียนจะถูกตรวจสอบ และปรับปรุงแก้ไขการดําเนินงานให้ดีขึ้น มุ่งเน้นการป้องกันและหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยกลไกดังกล่าวครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนโดยตรง และสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองผู้ร้องเรียน เพื่อสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในทุกระดับ

          ทอท. ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียน โดยมีการรักษาความลับของข้อมูลและไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ร้องเรียน รวมถึงมีมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนและบุคคลที่เกี่ยวข้องจากการตอบโต้หรือการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถใช้กลไกดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย

สถานที่ปฏิบัติงานของ ทอท. (Own Operations)
  • สำนักงานใหญ่
  • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • ท่าอากาศยานดอนเมือง
  • ท่าอากาศยานเชียงใหม่
  • ท่าอากาศยานภูเก็ต
  • ท่าอากาศยานหาดใหญ่
  • ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต
  • คู่ค้าและผู้รับเหมาทางตรง (Contractors & Tier 1 Suppliers) การบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกของท่าอากาศยาน
  • การบำรุงรักษาสะพานเทียบเครื่องบิน
  • ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าและระบบตรวจสอบสัมภาระ
  • การออกแบบและก่อสร้าง
  • การก่อสร้างและบำรุงรักษาทางวิ่งและทางขับ
  • การขนส่งในแนวดิ่ง (Vertical Transportation)
  • บริการสนับสนุนธุรกิจ
  • ที่ปรึกษา
  • การจัดการเอกสาร
  • การกำกับดูแลสินค้าปลอดภาษี
  • การบริการข้อมูล
  • บริการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก
  • การบริการทำความสะอาด
  • การจัดการความปลอดภัยจากอัคคีภัย
  • การบริการจัดสวนและภูมิทัศน์
  • ระบบปรับอากาศ HVAC (Heating, Ventilation, and Air Conditioning)
  • การบริการขนส่งภาคพื้น
  • ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และเครือข่าย
  • ระบบองค์กร
  • ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ฮาร์ดแวร์ณ์และซอฟต์แวร์
  • โครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย
  • ระบบการสื่อสาร
  • ระบบรักษาความปลอดภัยและการเฝ้าระวัง
  • การติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย
  • การบำรุงรักษาระบบรักษาความปลอดภัย
  • การจัดการสาธารณูปโภค
  • การจัดการระบบไฟฟ้า
  • การบริการจัดการของเสีย
  • การจัดการน้ำ
  • บริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุน (Joint Venture without Management Control)
  • บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด
  • บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด
  • บริษัท ท่าอากาศยานไทย ทาฟ่า โอเปอร์เรเตอร์ จำกัดิส จำกัด
  • บริษัท ฟอร์ท เอ็มอาร์โอ เซอร์วิส จำกัด
  • บริษัท ท่าอากาศยาน พลังงานบริสุทธิ์ จํากัด
  • บริษัท ครัวการบินภูเก็ต จำกัด
  • บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด
  • ผลการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

    ความครอบคลุมของการประเมิน/ทบทวนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย
    2568 2568 2569 2570 2571
    ร้อยละ 100 ร้อยละ 100

    Salient Human Rights Issues ของ ทอท.

              จากผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ (Salient Human Rights Issues) ของ ทอท. ครอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหลัก ในพื้ขอบเขตการดำเนินงานของ ทอท. (Own Operations) คู่ค้าและผู้รับเหมาทางตรง (Contractors & Tier 1 Suppliers) และบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุน ดังนี้

              ทอท. ดำเนินการระบุประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ (Salient Human Rights Issues) ผ่านกระบวนการ การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง (Direct Stakeholder Engagement) ซึ่งการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในกระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างเป็นระบบ ทั้งในระดับองค์กรและระดับพื้นที่ปฏิบัติงานกระบวนการดังกล่าวประกอบด้วยการรับฟังความคิดเห็น การให้ข้อมูล การแลกเปลี่ยนมุมมอง และการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในบริบทของการดำเนินงานจริง โดยผลการมีส่วนร่วมดังกล่าวถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกับการประเมินความรุนแรงของผลกระทบ (Severity) และโอกาสในการเกิดผลกระทบ (Likelihood) โดยความรุนแรงของผลกระทบพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ระดับของผลกระทบ (Scale) ขอบเขตผู้ได้รับผลกระทบ (Scope) และ ความสามารถในการเยียวยาผลกระทบ (Irremediability) ภายใต้สมมติฐานของเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด (Worst Case Scenario) ตามหลักการสากลด้านสิทธิมนุษยชน

              ผลการประเมินจะถูกนำมาคำนวณระดับความสำคัญของความเสี่ยงจากผลคูณของโอกาสการเกิดและความรุนแรงของผลกระทบ โดยประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่มีระดับความเสี่ยงอยู่ในระดับสูงถึงสูงมาก จะถูกพิจารณาเป็น ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ (Salient Human Rights Issues) ซึ่ง ทอท. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการกำหนดมาตรการป้องกัน ลดผลกระทบ และติดตามผลอย่างเข้มข้น

              ทั้งนี้ ทอท. จะนำผลการประเมินดังกล่าวไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน การปรับปรุงแนวทางปฏิบัติ และการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจขององค์กร

              จากผลการระบุประเด็นดังกล่าว ทอท. ได้ กำหนดมาตรการป้องกัน บรรเทา และจัดการผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ที่สอดคล้องกับลักษณะของแต่ละกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงกำหนดแนวทางการสื่อสาร การติดตาม และการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การจัดการประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

    Human Rights Due Diligence 

    กิจกรรมที่โดดเด่นและบทเรียนที่ได้รับ

    การทบทวนเนื้อหานโยบายสิทธิมนุษยชน

    วัตถุประสงค์ เพื่อให้นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมมาตรฐานและตัวชี้วัดระดับสากล เท่าทันสถานการณ์ที่ภาคธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยมุ่งเน้นให้เนื้อหาเชื่อมโยงกับความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มเปราะบาง
    ความเชื่อมโยงกับแผนวิสาหกิจของ ทอท. SO4: Lead Changes toward Sustainability ยุทธศาสตร์ 6 มุ่งสู่การเป็นท่าอากาศยานที่เป็นมิตรกับสังคม และสิ่งแวดล้อม
    รายละเอียดโครงการ/กิจกรรม ทอท. ได้ทำการพัฒนานโยบายด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้ครอบคลุมมาตรฐานและตัวชี้วัดระดับสากล เท่าทันสถานการณ์ที่ภาคธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยมีสาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังนี้:
    • ความครอบคลุมนโยบายถึงกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ สตรีมีครรภ์ เด็ก ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ แรงงานต่างด้าว แรงงานที่ว่าจ้างผ่านบุคคลที่สาม กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ
    • แนวปฏิบัติที่เพิ่มเติมด้านการกำหนดกลไกการร้องทุกข์และความมุ่งมั่นในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมของ ทอท. และการรับประกันความลับ ไม่เปิดเผยตัวตน
    • การเพิ่มเติมเนื้อหาด้านสิทธิของพนักงาน เช่น การกำหนดชั่วโมงทำงานสูงสุดตามกฎหมาย ค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับค่าครองชีพ การไม่เลือกปฏิบัติ การยอมรับความหลากหลาย เช่น เชื้อชาติ ศาสนา เพศ รสนิยมทางเพศ กลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ และสัญชาติ เป็นต้น
    • การเพิ่มเติมเนื้อหาด้านสิทธิของชุมชนและสิ่งแวดล้อม เช่น การให้คำมั่นว่าจะควบคุมผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบจากกิจกรรมทางธุรกิจของ ทอท. ให้น้อยที่สุด ตามแนวคิดการเป็นท่าอากาศยานที่เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม และเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของชุมชน (Corporate Citizenship Airport) เป็นต้น
    จำนวนผู้เข้าร่วม N/A
    ประโยชน์ที่ ทอท.ได้รับจากโครงการ/กิจกรรม
    • เพื่อเป็นการพัฒนามาตรฐานและแสดงถึงความยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจของ ทอท. ที่ให้ความสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน
    • เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินงานอย่างยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสีย นักลงทุน ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงผู้ประเมินตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน

    โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และความผูกพันที่ดีให้กับบุคลากรของ ทอท. ประจำาปีงบประมาณ 2568

              ทอท. ดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการทบทวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน โดยมีเป้าหมายเพื่อสื่อสารความคาดหวังด้านสิทธิมนุษยชนของ ทอท. ฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่ผู้แทนแต่ละสายงานของ ทอท. พนักงาน ผ่านตัวแทนของแต่ละสายงาน ทั่วทั้ง ทอท. (สำนักงานใหญ่และท่าอากาศยาน ทั้ง 6 แห่ง) และโรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต โดยนำเสนอครอบคลุมกรอบแนวคิดต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชน ประกอบด้วย

    วัตถุประสงค์
    • เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานด้านทรัพยากรบุคคลมีความรู้ความเข้าใจในการจัดทำแผนเสริมสร้างประสบการณ์และความผูกพันที่ดีให้แก่บุคลากร การออกแบบเส้นทางประสบการณ์ของบุคลากรตั้งแต่เริ่มทำงานจนสิ้นสุด (Employee Journey) การระบุจุดสัมผัสสำคัญในแต่ละขั้นตอน (Key Employee Touchpoint) การจัดทำ Employee Experience Model และการกำหนดกิจกรรมในการเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดี
    • เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานด้านทรัพยากรบุคคลมีความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์ความพึงพอใจจากผลสำรวจความพึงพอใจของพนักงานและลูกจ้างของ ทอท. การวิเคราะห์ความต้องการ และความคาดหวังของบุคลากรในแต่ละกลุ่มและส่วนบุคลากร การวางกลยุทธ์และกรอบในการพัฒนาประสบการณ์ของบุคลากร แนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) วิธีการสื่อสารและสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมของบุคลากรทั้งองค์กร ตลอดจนออกแบบมาตรวัดความสำเร็จในการสร้างประสบการณ์ที่ดี
    • เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงและระดับกลางทราบถึงความสำคัญของประสบการณ์บุคลากร และประโยชน์ต่อผลการดำเนินงานขององค์กร บทบาทของผู้นำในการสร้างประสบการณ์และความผูกพันที่ดี ข้อมูลและทักษะต่างๆ ที่ผู้บริหารระดับสูงและระดับกลางสามารถนำไปปรับใช้ในการขับเคลื่อน
    • เพื่อศึกษาวิธีการนำข้อมูลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการของผู้บริหารมาใช้ในการระบุผู้มีส่วนได้เสียหลัก วิเคราะห์ความต้องการและความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสียและเข้าใจแนวทางการจัดทำแผนระบบนิเวศของผู้มีส่วนได้เสีย ภายใต้ Employee Persona ที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งกำหนดบทบาทและหน้าที่ของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละรายในเส้นทางประสบการณ์บุคลากร
    ความเชื่อมโยงกับแผนวิสาหกิจของ ทอท. ตามกรอบวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ “SMILE” ทั้ง 5 ด้าน และกรอบยุทธศาสตร์หลัก 7 ด้านที่ ทอท. กำหนดและใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน นั้น ยุทธศาสตร์ที่ 7 กลยุทธ์ที่ 7.1 เพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ให้สามารถรองรับธุรกิจท่าอากาศยานและธุรกิจในอนาคต ประกอบกับระบบประเมินผลรัฐวิสาหกิจ (SE-AM) ซึ่งมีการกำหนดกลไกที่สนับสนุนการบริหารและพัฒนาทุนมนุษย์ ในเรื่องการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่บุคลากร (Employee Experience)

    ดังนั้น การสร้างประสบการณ์ในการทำงานที่ดีจะส่งผลให้บุคลากรเกิดความผูกพันกับองค์กร อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้เกิดการยกระดับประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าและคู่ค้าผ่านการส่งเสริมประสบการณ์ที่ดีของพนักงานและลูกจ้าง ทอท.
    รายละเอียดโครงการ/กิจกรรม เป็นการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
    • การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ สำหรับผู้บริหารระดับ 10 - 11 จำนวน 1 ครั้ง
    • การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ สำหรับผู้บริหารระดับกลาง สำหรับผู้บริหารระดับ 9 จำนวน 1 ครั้ง
    • การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ สำหรับพนักงานในส่วนงานทรัพยากรบุคคล สนญ., ทสภ., ทดม., ทชม., ทภก., ทหญ., ทชร. และพนักงาน ฝรส. จำนวน 1 ครั้ง
    • การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ สำหรับคณะทำงานสนับสนุนการเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานและลูกจ้าง ทอท. จำนวน 6 ครั้ง
    จำนวนผู้เข้าร่วม
    • ผู้บริหารระดับ 10 - 11 จำนวน 22 คน
    • ผู้บริหารระดับ 9 จำนวน 25 คน
    • พนักงานในส่วนงานทรัพยากรบุคคล สนญ., ทสภ., ทดม., ทชม., ทภก., ทหญ., ทชร. และพนักงาน ฝรส. จำนวน 35 คน
    • คณะทำงานสนับสนุนการเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงานและลูกจ้าง ทอท. จำนวน 27 คน
    ประโยชน์ที่ ทอท.ได้รับจากโครงการ/กิจกรรม
    • ผู้ปฏิบัติงานด้านทรัพยากรบุคคลมีความรู้ความเข้าใจในการจัดทำแผนเสริมสร้างประสบการณ์และความผูกพันที่ดีให้แก่บุคลากร การออกแบบเส้นทางประสบการณ์ของบุคลากรตั้งแต่เริ่มทำงานจนสิ้นสุด (Employee Journey) การระบุจุดสัมผัสสำคัญในแต่ละขั้นตอน (Key Employee Touchpoint) การจัดทำ Employee Experience Model และการกำหนดกิจกรรมในการเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดี
    • ผู้ปฏิบัติงานด้านทรัพยากรบุคคลมีความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์ความพึงพอใจจากผลสำรวจความพึงพอใจของพนักงานและลูกจ้างของ ทอท. การวิเคราะห์ความต้องการและความคาดหวังของบุคลากร แนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) วิธีการสื่อสารและสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมของบุคลากรทั้งองค์กร ตลอดจนออกแบบมาตรวัดความสำเร็จในการสร้างประสบการณ์ที่ดี
    • ผู้บริหารระดับสูงและระดับกลางทราบถึงความสำคัญของประสบการณ์บุคลากรและประโยชน์ต่อผลการดำเนินงานขององค์กร บทบาทของผู้นำในการสร้างประสบการณ์และความผูกพันที่ดี ข้อมูลและทักษะต่าง ๆ ที่ผู้บริหารระดับสูงและระดับกลางสามารถนำไปปรับใช้ในการขับเคลื่อน
    • ได้แผนระบบนิเวศของผู้มีส่วนได้เสีย ภายใต้ Employee Persona ที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งกำหนดบทบาทและหน้าที่ของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละรายในเส้นทางประสบการณ์บุคลากร

    โครงการเผยแพร่สื่อวีดิทัศน์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เข้าข่ายการคุกคามและการล่วงละเมิดในที่ทำงาน

           ทอท. ได้ออกประกาศ เรื่อง เจตนารมณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิด หรือคุกคามทางเพศในการทำงาน ลงวันที่ 29 กันยายน 2563 พร้อมทั้ง แจ้งเวียนคู่มือมาตรการในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้พนักงาน และลูกจ้างถือปฏิบัติด้วย ในปีงบประมาณ 2568 มีข้อร้องเรียนเรื่องการคุกคามทางเพศจำนวน 2 กรณี ซึ่งได้มีการดำเนินการทางวินัยกับผู้ถูกร้องเรียนแล้ว นอกจากนี้สำหรับการป้องกันเชิงรุก ทอท.ได้มีการเผยแพร่สื่อวีดิทัศน์ สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เข้าข่ายการคุกคามและ การล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน

    • หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ (UNGPs) 
    • ตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ขององค์การสหประชาชาติ
    • กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
    • กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
    • อนุสัญญาหลักด้านสิทธิแรงงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
    • หลักการว่าด้วยการปกป้องสิทธิ การเคารพสิทธิ และการเยียวยาผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น หรือ Ruggie’s Framework
    • นโยบายสิทธิมนุษยชนของ ทอท.

    ในปี 2568 มีพนักงานของ ทอท. ที่ได้รับการสื่อสาร รวมถึงฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชนคิดเป็น ร้อยละ 100 ของพนักงานทั่วทั้งองค์กร

              บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ตระหนักว่าเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่มีความเปราะบาง และอาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของท่าอากาศยานในหลายมิติ ทอท. จึงให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิเด็ก นอกเหนือจากการป้องกันแรงงานเด็ก โดยยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนสากล และนำหลักการว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights) มาใช้เป็นกรอบในการดำเนินงาน

              ทอท. ให้ความสำคัญต่อการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมถึงเด็กและเยาวชน โดยให้คำมั่นในการเคารพและส่งเสริมสิทธิเด็กตาม รวมถึงสื่อสารความคาดหวังด้านสิทธิมนุษยชนไปยังคู่ธุรกิจ ผู้รับเหมา และผู้ให้บริการ ให้ปฏิบัติตามหลักการคุ้มครองสิทธิเด็ก การป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก และการไม่ดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเด็กและเยาวชน

              ในการดำเนินธุรกิจ ทอท. คำนึงถึงความปลอดภัย สุขภาพ และศักดิ์ศรีของเด็กในฐานะผู้ใช้บริการ ผู้โดยสาร และสมาชิกของชุมชนรอบท่าอากาศยาน โดยกำหนดให้การดำเนินงาน การให้บริการ และการบริหารจัดการพื้นที่เป็นไปในลักษณะที่ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเด็ก รวมถึงไม่เอื้อให้เกิดการละเมิดสิทธิเด็กในทุกรูปแบบ

    การทวนสอบ/การรับรอง

    1. การตรวจสอบภายใน : N/A
    2. การรับรองจากหน่วยงานภายนอก

               การตรวจสอบตัวชี้สัดด้านสิทธิมนุษยชนจากหน่วยงานภายนอก ตามมาตรฐาน GRI

    • GRI 401 Employment 2016

    • GRI 402 Labor and Management Relations 2016

    • GRI 405 Diversity and Equal Opportunity 2016

    • GRI 406 Non-Discrimination 2016

    • GRI 407 Freedom of Association and Collective Bargaining 2016

    • GRI 408 Child Labor 2016

    • GRI 411 Rights of Indigenous Peoples 2016

    ทบทวนล่าสุด 27/02/2026