พลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ความสำคัญ

          การบริหารจัดการและขยายโครงสร้างพื้นฐานท่าอากาศยานจำเป็นต้องมีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น โดยกระบวนการผลิตไฟฟ้าจะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ดังนั้น ทอท. จึงมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยโลก ด้วยการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมเป็นพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางอ้อมต่อชุมชนและสังคม รวมทั้งตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มอื่น ๆ เช่น ผู้ถือหุ้น  นักลงทุน และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และหน่วยงานกำกับดูแลที่มีความสนใจในหุ้น/กองทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืน และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนในระดับสากลตามลำดับ รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม (Environmental Awareness) สูงขึ้นทุกปี

          การที่ ทอท. สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (Climate-Related Risks & Opportunities) ตามมาตรฐานสากล จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและแสดงถึงความรับผิดชอบในการร่วมแก้ไขปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนช่วยดึงดูดนักลงทุนและพันธมิตรจากทั่วโลก ซึ่งส่งผลดีต่อการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นโยบาย

ความมุ่งมั่นของ ทอท.

Net Zero Emissions — AOT NET ZERO EMISSIONS ทอท. มุ่งมั่นในการบริหารจัดการท่าอากาศยาน เพื่อมุ่งสู่การเป็น "ท่าอากาศยานสากลชั้นนำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน" Moving toward International Leading Eco Airport ความมุ่งมั่นดังกล่าวถูกนำไปบูรณาการกับการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ ผ่านการกำหนดนโยบาย การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการติดตามผลการดำเนินงานด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการบรรลุ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2587 2587 Net Zero Emissions Target 2566 Base Year

นโยบาย แผนการดำเนินงานและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

          ทอท. มุ่งมั่นบริหารจัดการท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบตามแนวทางการปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อมุ่งสู่การเป็นท่าอากาศยานสากลคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Airport) ทั้ง 6 ท่าอากาศยาน โดยมีการดำเนินงานตามกรอบ Airport Carbon Accreditation (ACA) ของ Airports Council International (ACI) ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทอท. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ ทอท. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและแผนการดำเนินงานต่าง ๆ พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานทุกหน่วยงานใหสอดคล้องกับนโยบายอย่างใกล้ชิด อีกทั้งการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. เป็นไปตามแผนวิสาหกิจ ทอท. ปีงบประมาณ 2566-2570 ฉบับทบทวน (ประจำปีงบประมาณ 2568) การพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้ Airport Strategic Positioning และนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมในท่าอากาศยาน เพื่อให้การจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นไปตามข้อกําหนดของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

         ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการพลังงานและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วน ทอท. จึงได้กำหนดนโยบาย แผนการดำเนินงาน และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย

นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมของสมาคมการค้า – Airports Council International (ACI)

ACI

          Airports Council International (ACI) มีบทบาทในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านโครงการสิ่งแวดล้อม Airport Carbon Accreditation (ACA) โดยโครงการนี้สนับสนุนให้ท่าอากาศยานลดการปล่อยก๊าซ CO₂ เพื่อให้ได้มาตรฐานการรับรองตามระดับที่กำหนด นอกจากนี้ ACI ยังส่งเสริมให้สมาชิกลงทุนในศักยภาพระยะยาว เช่น การนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการค้นหาโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ โดย ทอท. ได้มีการกำหนดและเปิดเผยนโยบายในด้านที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันการดำเนินงาน โดยขอบเขตของกิจกรรมที่ ทอท. ได้ดำเนินการเพื่อสนับสนุน ACA ประกอบด้วย

(1) สนับสนุนให้ท่าอากาศยานลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

(2) สนับสนุนให้ท่าอากาศยานนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้เพื่อลดการปล่อยมลพิษ

(3) การกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซคาร์บอนในระยะยาว

(4) การสร้างความยืดหยุ่นและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation and Resilience)

          ทั้งนี้ หาก ACI มีการเปลี่ยนแปลงจุดยืนด้าน Climate Change ทอท. จะดำเนินการทบทวนแนวทางการสนับสนุนให้สอดคล้อง

          นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนและผลักดันการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวทางของ
Paris Agreement ทอท. ได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานสนามบิน รวมถึงสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริหารจากท่าอากาศยานในภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในด้านช่องทางการตลาดและการค้าระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของ ทอท. ในฐานะผู้นำด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ โดยเฉพาะในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามวาระ Net Zero การเป็นสมาชิกของสมาคมที่มุ่งเน้นประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ ทอท. ในการสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับสากล

แนวทางการจัดการ

ยุทธศาตร์ด้านสิ่งแวดล้อมในภาพรวม

          ทอท. กำหนดแผนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยพิจารณาให้เป็นไปตามกรอบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ หรือ Task Force on Climate-related Financial Disclosure (TCFD) โดยมีองค์ประกอบดังนี้

AOT TCFD

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม 

AOT Climate Change Management (TCFD)

การกำกับดูแล

โครงสร้างการบริหารจัดการ (Climate Governance) 

          ทอท. ได้กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน ตั้งแต่ระดับคณะกรรมการจนถึงระดับปฏิบัติการ เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการประเด็นดังกล่าวถูกบูรณาการอยู่ในกระบวนการกำหนดนโยบาย การวางแผนกลยุทธ์ และการตัดสินใจทางธุรกิจขององค์กร คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ทอท. มีบทบาทในการกำกับดูแล ทบทวน และติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงพิจารณานโยบาย เป้าหมาย และแผนงานที่สำคัญ ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณา เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

คณะกรรมการ ทอท. - Grid Layout
คณะกรรมการ ทอท.
คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
🌱
การพิจารณาแผนแม่บทด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของ ทอท.
📋
การกำหนดนโยบายและ
เป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและ
การเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศ
♻️
การพิจารณาติดตั้งพลังงานทดแทนภายในพื้นที่
ท่าอากาศยาน
📊
การพิจารณาการใช้
ยานพาหนะและอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสะอาดภายใน
ท่าอากาศยาน
🤝
การติดตามผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ
ทุกหน่วยงาน
ฝ่ายสิ่งแวดล้อม
คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม 6 ท่าอากาศยาน – ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บทบาทและความรับผิดชอบ

ตารางตัวชี้วัด
โครงสร้างการบริหารจัดการ
(Climate Governance)
หน่วยงาน บทบาทและความรับผิดชอบ
ระดับกรรมการ
(Board Level)
  • คณะกรรมการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อพัฒนาสู่ความยั่งยืนของ ทอท.
  • กำหนดแนวทางการดำเนินงาน อนุมัตินโยบาย และกำกับความก้าวหน้าตามแผนการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ระดับผู้บริหาร
(Management Level)
  • คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ทอท.
  • กำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย และผลักดันการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ระดับปฏิบัติการ
(Operational Level)
สำนักงานใหญ่
  • สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง
  • สายงานยุทธศาสตร์
  • บริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสของโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการและติดตาม (Review And Monitoring) ประสิทธิภาพด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามเป้าหมายและแนวทางจัดการ
ท่าอากาศยาน
  • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • ท่าอากาศยานดอนเมือง
  • ท่าอากาศยานเชียงใหม่
  • ท่าอากาศยานภูเก็ต
  • ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • ท่าอากาศยานหาดใหญ่
  • ดำเนินงานระดับโครงการ
  • รายงานผลการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ
  • รายงานความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ

แรงจูงใจในการจัดการที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ

          ทอท. ได้บูรณาการประเด็นด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานและการกำหนดแรงจูงใจ เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบและการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงานในทุกระดับ โดยแบ่งกลไกแรงจูงใจออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับผู้บริหารสูงสุด ระดับผู้บริหาร และระดับปฏิบัติการ ซึ่งเชื่อมโยงกับการบรรลุเป้าหมายและผลการดำเนินงานด้านพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ดังนี้

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำหนดไว้ในแผนวิสาหกิจของ ทอท. ปีงบประมาณ 2566-2570 ฉบับทบทวน (ประจำปีงบประมาณ 2568) และกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลตอบแทน
ผู้บริหารระดับสูง การบรรลุเป้าหมายการวัดผลและผลประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency และกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลตอบแทน
พนักงานระดับปฏิบัติการ รางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวดโครงการแนวคิดสร้างสรรค์ Innolution

กลยุทธ์

          ทอท. มีแนวทางในการจัดการด้านพลังงาน (Actions To Reduce The Amount Of Energy Used) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลัก 4 แนวทาง ดังนี้  

⚡ ดัชนีพลังงาน 🌍 Airport Carbon Accreditation (ACA) 🤝 การร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ 🎯 แรงจูงใจในการจัดการที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ
ดำเนินการจัดทำรายงานสรุปการวัดผลและผลประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency) เป็นประจำทุกปี ที่มีความครอบคลุมทั้งสำนักงานใหญ่และ 6 ท่าอากาศยานของ ทอท. โดยมาจากการรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานของท่าอากาศยาน (Energy Report) เทียบกับรายได้ของ ทอท. และนอกจากการรวบรวมสถิติการใช้พลังงานแล้วนั้น ยังมีการศึกษาเพื่อค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ในการลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีงบประมาณสำหรับการดำเนินงานดังกล่าวโดยเฉพาะ ทอท. ดำเนินงานโครงการ Airport Carbon Accreditation (ACA) เพื่อติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ 6 ท่าอากาศยาน โดยมีท่าอากาศยานที่ได้รับการรับรองในระดับ 3 Third party engagement in carbon footprint reduction จำนวน 5 แห่ง และได้รับการรับรองในระดับ 2 Carbon management towards a reduced carbon footprint จำนวน 1 แห่ง ที่แสดงถึงการเก็บข้อมูลและดำเนินการรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยทุกท่าอากาศยานของ ทอท. ได้จัดทำและดำเนินงานตามแผนการจัดการคาร์บอน (Carbon Management Plan)
  • ทอท. เข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ ACI (Airport Council International) เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวทางของ Paris Agreement ที่มีสายงานยุทธศาสตร์ สำนักการต่างประเทศของ ทอท. เป็นผู้รับผิดชอบหลักบหลัก
  • ทอท. เข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ UNGC (United Nations Global Compact) โดยการประกาศความมุ่งมั่นที่จะดำเนินตามหลักของ UNGC 10 ประการ ที่ครอบคลุมการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทอท. กำหนดผลตอบแทนให้แก่พนักงานของ ทอท. เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการดำเนินงานด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ:
  • กรรมการผู้อำนวยใหญ่
  • ผู้บริหารระดับสูง
  • พนักงานระดับปฏิบัติการ

การบริหารจัดการความเสี่ยง

         ทอท. มีแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นไปตามคู่มือการบริหารความเสี่ยง ปีงบประมาณ 2567 และผนวกเข้ากับการดำเนินธุรกิจของ ทอท. ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ฉากทัศน์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Scenario) การประเมินความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ (Risk & Opportunity Assessment) และแนวทางการปรับตัว (Physical Climate Risk Adaptation)

🔍
3.1 การวิเคราะห์ฉากทัศน์
(Climate-Related Scenario Analysis)
ทอท. ดำเนินการวิเคราะห์ฉากทัศน์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อพยากรณ์สถานการณ์ในกรณีที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า น้อยกว่า และเท่ากับ 2 องศาเซลเซียส ทั้งในเชิงกายภาพ (Physical) และการเปลี่ยนผ่าน (Transition)
📈
3.2 การประเมินความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ
(Financial Risk & Opportunities Of Climate Change)
ทอท. ดำเนินการระบุความเสี่ยงระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตลอดห่วงโซ่คุณค่าของ ทอท. โดยครอบคลุมข้อกำหนดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในปัจจุบันและในอนาคต (Current & emerging Regulation) เทคโนโลยี (Technology) กฎหมาย (Legal) การตลาด (Market) ชื่อเสียงของ ทอท. (Reputation) และด้านกายภาพทั้งแบบฉับพลัน (Acute) และสะสม (Chronic) และค้นหาโอกาสทางธุรกิจจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอ้างอิงราคาคาร์บอนภายใน (Internal Carbon Price) ของสิงคโปร์
🔄
3.3 แนวทางการปรับตัว
(Climate Risk Adaptation)
ทอท. กำหนดแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) เพื่อเป็นแนวทางในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ได้รับการรับรองระบบตามมาตรฐานสากล ISO 22301:2019 ในขอบข่าย Business Continuity Management of airport Service ครอบคลุมสำนักงานใหญ่และ 6 ท่าอากาศยาน โดยมีระยะเวลาของการรับรอง 3 ปี ระหว่างปีงบประมาณ 2565 – 2568 (แนวทางการปรับตัวครอบคลุมสถานที่ปฏิบัติการในอนาคตของ ทอท. )

อาคารประหยัดพลังงาน

          ทอท. ดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งที่ 2 และ อาคารสำนักงานสถาบันวิทยาการท่าอากาศยาน โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประกอบด้วยการใช้แสงธรรมชาติ การระบายอากาศที่เหมาะสม ระบบจัดการน้ำฝน การเลือกใช้วัสดุที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างพื้นที่สีเขียวโดยรอบ ทั้งนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารและสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยทั้งสองอาคารได้รับการออกแบบภายใต้เกณฑ์ LEED for Building Design and Construction (LEED BD+C) ซึ่งเป็นมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากลของสภาอาคารเขียวสหรัฐอเมริกา (U.S. Green Building Council: USGBC) สำหรับอาคารก่อสร้างใหม่หรืออาคารที่ได้รับการปรับปรุงขนาดใหญ่ (New Construction/Major Renovation)

เป้าหมายและตัวชี้วัด (Metrics & Targets)

          ทอท. ได้กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อใช้เป็นกรอบในการติดตามผลการดำเนินงานและประเมินความก้าวหน้าอย่างเป็นระบบ โดยเป้าหมายดังกล่าวครอบคลุมทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (Scope 1 และ Scope 2) และการเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

         การกำหนดเป้าหมายอ้างอิงจากปีฐานที่เหมาะสม และมีการติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำ โดยผลการประเมินจะถูกนำเสนอให้คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนพิจารณา เพื่อใช้ประกอบการทบทวนเป้าหมายและมาตรการให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

🌿 เป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ หน่วย เป้าหมายรายปี
2567 2568 2569 2570 2571
1. การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
(Scope 1 และ 2)
ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า ต่อจำนวนผู้โดยสาร ปีฐาน 5% 10% 15% 20%
2. การเพิ่มปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ร้อยละ 20 จากปีฐาน (ปี 2567) ภายในปี 2571
คาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า ปีฐาน 5% 10% 15% 20%

Airport Carbon Accreditation (ACA)

          ทอท. ใช้กรอบการรับรอง Airport Carbon Accreditation (ACA) เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของท่าอากาศยานอย่างเป็นระบบ โดยกรอบดังกล่าวช่วยกำหนดขอบเขตการวัด การติดตาม และการดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องตามระดับการรับรองที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ โปรแกรม ACA มีระดับการรับรองมาตรฐาน 7 ระดับ ในการเข้ารับการรับรองที่มีความท้าทายมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งท่าอากาศยานจะต้องเพิ่มระดับของการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ดังนี้

7 ระดับของโปรแกรม Airport Carbon Accreditation (ACA)
🌐
ระดับ 1
Footprint Measurement
การจัดทำและทวนสอบรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการดำเนินงานของท่าอากาศยาน ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต 1 (ทางตรง) และขอบเขต 2 (พลังงานที่ซื้อมา) ตามมาตรฐานสากล
🏭
📊
ระดับ 2
Carbon management towards a reduced carbon footprint
การจัดทำระบบและนโยบายบริหารจัดการคาร์บอน พร้อมกำหนดเป้าหมายและแสดงหลักฐานผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
POLICY
TARGET ✓
EVIDENCE
✈️
ระดับ 3
Third Party Engagement in Carbon Footprint Reduction
การขยายขอบเขตการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้ครอบคลุมขอบเขต 3 บางหมวด และแสดงหลักฐานการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก เช่น สายการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น และผู้เช่าพื้นที่ ในการร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
SCOPE 3
⚖️
ระดับ 3+
Carbon Neutrality for Direct Emissions by Offsetting
การชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ยังไม่สามารถลดได้จากการดำเนินงานโดยตรง (ขอบเขต 1 และ 2 รวมถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจของพนักงาน) ผ่านการใช้คาร์บอนเครดิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อให้ท่าอากาศยานมีสถานะ Carbon Neutrality
⚖️
RESIDUAL
EMISSIONS
CARBON
CREDITS
NEUTRALITY
🎯
ระดับ 4
Transforming Airport Operations and Those of Its Business Partners
การกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวแบบ Absolute Emissions Reduction ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย IPCC (1.5°C หรือ 2°C) พร้อมจัดทำแผนบริหารจัดการคาร์บอนและแผนความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า
🌡️
IPCC 1.5°C / 2°C
→ → →
VALUE CHAIN
🔄
ระดับ 4+
Compensation for Residual Emissions with Reliable Offsets
การชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เหลืออยู่จากการดำเนินงาน (ขอบเขต 1, 2 และการเดินทางธุรกิจ) ควบคู่กับการดำเนินการตามแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเชิงโครงสร้าง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero
COMPENSATION (Residual)
STRUCTURAL PLAN
TRANSITION to NET ZERO →
NET
ZERO
ระดับ 5
The topmost level in Airport Carbon Accreditation programme
การบรรลุและรักษาสถานะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) สำหรับขอบเขต 1 และ 2 พร้อมจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต 3 ที่มีอิทธิพลสูง อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้เทคโนโลยี Carbon Removals เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
NET
ZERO
Scope 1,2
SCOPE 3
MGMT
CARBON
REMOVALS

          การเข้าร่วมและยกระดับการรับรองภายใต้โปรแกรม ACA เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของ ทอท. สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions พร้อมยกระดับบทบาทของท่าอากาศยานไทยในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินที่รับผิดชอบต่อสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งปัจจุบัน  ทสภ. ทดม. ทชม. ทชร. และ ทหญ. ได้รับการรับรองใน ระดับที่ 3 : Third Party Engagement in Carbon Footprint Reduction  สำหรับ ทภก. ได้รับการรับรองใน ระดับที่ 2 : Carbon management towards a reduced carbon footprint

BKK
DMK
CNX
HDY
CEI
HKT

การดำเนินงาน

การกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กรสำหรับการประเมินผลกระทบทางการเงินในความเสี่ยงเชิงเปลี่ยนผ่าน : กฎระเบียบด้านสภาพภูมิอากาศ (Carbon Tax)

          ทอท. ได้นำแนวคิดการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing) มาใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินผลกระทบทางการเงินจากความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากกฎระเบียบด้านคาร์บอนในอนาคต

          การใช้ราคาคาร์บอนภายในองค์กรถือเป็นกฎระเบียบที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ตามกรอบความตกลง NDC อาจนำไปสู่การบังคับใช้ภาษีคาร์บอนในประเทศไทย โดยราคาคาร์บอนภายในองค์กรของ ทอท. ถูกกำหนดเป็นราคาที่อ้างอิงจากราคาภาษีคาร์บอนของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าว ราคาภาษีคาร์บอนที่ใช้คือ 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (5 SGD/tCO2e) หรือประมาณ 115 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (115 THB/tCO2e) ซึ่งถูกนำมาใช้ภายในองค์กร

          การใช้ราคาคาร์บอนภายในองค์กรช่วยให้ ทอท. สามารถประเมินผลกระทบทางการเงินของโครงการภายใต้บริบทการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นระบบ และสนับสนุนการบริหารความเสี่ยง รวมถึงการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวขององค์กร

รายได้ที่ยั่งยืน (Sustainable Revenue)

          ทอท. มีรายได้จากกิจกรรมที่เข้าข่ายเป็นรายได้อย่างยั่งยืน (Sustainable Revenue) ซึ่งเกิดจากการดำเนินธุรกิจหลักด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการท่าอากาศยานที่มีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยรายได้ดังกล่าวมาจากการพัฒนาและให้บริการโครงสร้างพื้นฐานท่าอากาศยานคาร์บอนต่ำ (Low-carbon airport infrastructure) เช่น ระบบจ่ายไฟฟ้าและอากาศให้แก่อากาศยานขณะจอด เพื่อทดแทนการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นต้น

          นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากการให้บริการภาคพื้น (Air transport ground handling operations) และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่ท่าอากาศยาน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานโดยตรง กิจกรรมดังกล่าวได้รับการประเมินว่าสอดคล้องกับแนวคิดของ EU Taxonomy ในด้านการมีส่วนช่วยอย่างมีนัยสำคัญต่อการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยคำนึงถึงหลักการไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

          รายได้จากกิจกรรมเหล่านี้สะท้อนถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของ ทอท. ที่บูรณาการเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

รายได้ที่ยั่งยืน

กิจกรรมที่โดดเด่นด้านการจัดการพลังงาน

          ทอท. ดำเนินโครงการด้านการจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพของอาคาร ระบบอำนวยความสะดวก และการดำเนินงานภายในท่าอากาศยาน โดยมาตรการต่าง ๆ ถูกคัดเลือกจากผลการวิเคราะห์การใช้พลังงานและการประเมินโอกาสในการลดการใช้พลังงาน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว

ICT as a Low-Carbon Enabler

          เพื่อให้เป็นไปตามยุคสมัยของบริบทโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทอท. มีการปรับตัวและสนับสนุนความมุ่งมั่นในการนำระบบเทคโนโลยีและการสื่อสารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในการดำเนินงานอย่างครบถ้วนและเป็นระบบ ประกอบด้วย การลดการใช้พลังงาน และการจัดการทรัพยากรด้านสารสนเทศ (ICT) อย่างคุ้มค่าและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ เพื่อให้การบริหารธุรกิจของ ทอท. เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการกำหนดนโยบายบริหารจัดการการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ ทอท. (AOT Green ICT Management Policy)

การวิเคราะห์การใช้พลังงาน

          ทอท. ได้ดำเนินการวิเคราะห์การใช้พลังงาน เป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำรายงานด้านประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-efficiency) โดยพิจารณาการใช้พลังงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) ของท่าอากาศยานทั้ง แห่ง ครอบคลุมทั้งกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุน นำมาซึ่งแนวปฏิบัติของการดำเนินงานด้านพลังงาน ดังต่อไปนี้ 

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • การใช้ระบบอาคารอัตโนมัติเพื่อควบคุมระบบปรับอากาศ
  • การปรับเปลี่ยนหลอดไฟภายในอาคารทำอาคารให้เป็นระบบไฟส่องสว่างแบบ LED
  • การตั้งเป้าหมายลดตัวพลังงาน
  • ติดตั้งเครื่องทำความเย็นประสิทธิภาพสูง (High efficiency chiller) สำหรับลดความร้อนในอาคาร
  • ติดตั้งมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง (High efficiency motor) สำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่
ท่าอากาศยานดอนเมือง
  • การติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ในพื้นที่ให้บริการรถเช่าฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
  • การติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ในแท็กซี่ปฏิบัติการบิน (Airside) สำหรับยานพาหนะที่ใช้ในปฏิบัติงานท่าอากาศยาน
  • ปรับเปลี่ยนเครื่องทำความเย็น ระบบปรับอากาศภายในอาคารสำนักงานท่าอากาศยานเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง โดยดำเนินการเปลี่ยน Chiller จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ท่าอากาศยานภูเก็ต
  • วางแผนและบริหารจัดการการเปิด/ปิดไฟส่องสว่างและระบบปรับอากาศภายในอาคารผู้โดยสารให้สอดคล้องกับช่วงเวลาและปริมาณผู้โดยสาร
  • ปรับเปลี่ยนโคมไฟปรับระบบการขับ อากาศยาน (Taxiway) สนามจอดอากาศยาน (Apron) อาคารผู้โดยสาร และอาคารสำนักงาน จากหลอดไฟ Halogen เป็นหลอดไฟแบบ LED
ท่าอากาศยานเชียงใหม่
  • ใช้ระบบควบคุมไฟส่องสว่าง (Lighting System) ในการปิดไฟปรับเวลาห้องโถงผู้โดยสาร ภายในประตรอากาศจากห้องควบคุมกลาง ระหว่างเวลา 23.30 – 04.00 น.
  • เปลี่ยนระบบไฟส่องสว่างของลานจอดรถ ไฟทางวิ่ง และไฟบริเวณภายในท่าอากาศยานให้เป็นหลอดไฟ LED
  • ปรับปรุงระบบเครื่องทำความเย็น (Chiller) ในบริเวณพื้นที่ท่าอากาศผู้โดยสารต่างประเทศ
ท่าอากาศยานหาดใหญ่
  • วัดและประเมินการใช้ไฟฟ้าในแต่ละประเภทงาน เพื่อติดตามและปรับปรุมการตรวจสอบตัวพลังงาน
  • ติดตั้งหลอดไฟ LED บริเวณทางขับอากาศยาน (Taxiway) และทางวิ่ง (Runway)
  • ปรับเปลี่ยนหลอดไฟบริเวณหลุมจอดอากาศยานจากหลอดไฟ Halogen เป็นหลอดไฟ LED
ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • วางแผนและบริหารจัดการการเปิด/ปิดไฟส่องสว่างภายในอาคารผู้โดยสารให้สอดคล้องกับช่วงเวลาและปริมาณผู้โดยสาร
  • ปรับเปลี่ยนระบบไฟ Approach Lights จากหลอดไฟ Halogen และระบบไฟ Flashing Lights จากหลอดไฟ (Incandescent) รวมถึงหลอดไฟภายในอาคารผู้โดยสาร ให้เป็นหลอดไฟ LED
  • ปรับเปลี่ยนไฟส่องสว่างบริเวณพื้นที่ลาน จอดรถ Runway Edge Lights และ Taxiway Edge Lights จาก Halogen เป็น LED

การติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging station)

          ทอท. ร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยาน พลังงานบริสุทธิ์ จํากัด ในการดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าแบบบูรณาการด้วยการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging station) ภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน โดยวางแผนการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานภูเก็ต และสำนักงานใหญ่ ทอท. พร้อมทั้งพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน EV Anywhere เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ 

โครงการด้านพฤติกรรมลดการใช้พลังงาน

          ทอท. ดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พนักงานและผู้ใช้บริการท่าอากาศยานผ่านกิจกรรมรณรงค์และการสื่อสารในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินงานคาร์บอนต่ำขององค์กร 

          ในปี 2568 ทอท. ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของพนักงาน ทอท. และผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ดังนี้ 

World Ozone Day 2025 

“From science to global action”  

16 กันยายน 2568 | วันโอโซนโลก 

วันที่ให้ทุกคนตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการทำลายชั้นโอโซนและส่งเสริมการดำเนินมาตรการที่ช่วยปกป้องชั้นโอโซน 

วิธีปกป้องโอโซนแบบง่าย ๆ 

  • หลีกเลี่ยงสเปรย์/เครื่องใช้ที่มีสาร CFC 
  • ลดใช้โฟมและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 
  • ใช้ขนส่งสาธารณะหรือรถพลังงานสะอาด 
  • ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว 
  • แยกขยะรีไซเคิล และไม่เผาขยะ 
  • เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้สารทำความเย็นปลอดภัยต่อโอโซน 

วันคาร์ฟรีเดย์ (Car Free Day 

22 กันยายน 2568  

 

เรามาร่วมลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล
มาเดิน…มาปั่นจักรยาน หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
เพื่อส่งเสริมการใช้ทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงและทำให้เมืองของเราน่าอยู่มากขึ้น

กิจกรรมที่โดดเด่นด้านการจัดการสภาพภูมิอากาศ

ต้นแบบท่าอากาศยานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Airport) แห่งแรกในไทย

          ทอท. มุ่งผลักดันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสู่การเป็นต้นแบบ Green Airport หรือท่าอากาศยานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในประเทศไทย ผ่านการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยอาคาร SAT-1 ได้มีการออกแบบให้เป็นอาคารยั่งยืน (Sustainable Building) และมีการติดตั้ง Solar Rooftop และ Solar Floating นอกจากนี้อาคาร SAT-1 ยังได้รับรางวัล Prix Verailles ในฐานะสนามบินที่สวยที่สุดในโลกประจำปี 2567 (The World’s Most Beautiful List 2024) จากคณะกรรมการThe Prix Versailles Selection Committee ร่วมกับ United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization หรือ UNESCO

การติดตั้งไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar cell)

          ทอท. ได้กำหนดแนวทางการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนผ่านการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop และ Solar Floating) ภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน โดยพิจารณาการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงโครงสร้างในการลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวขององค์กร

         ทอท. จึงกำหนดแนวทางการใช้พลังงานสะอาดผ่านการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ที่พิจารณาจากการใช้ประโยชน์พื้นที่ภายในบริเวณท่าอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยได้มีการดำเนินงานภายใต้พื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ประกอบด้วย Solar Rooftop และ Solar Floating รวม 7 พื้นที่ภายในท่าอากาศยาน โดยมีขนาดกำลังการผลิตรวม 37.819 MW ใช้แผง Monocrystalline รวม 63,964 แผง

          สำหรับพื้นที่ติดตั้งนั้น ครอบคลุมหลังคาอาคารหลัก ลานจอดรถ และบ่อเก็บน้ำของสนามบิน โดยจากการประเมินการติดตั้งพบว่า ทอท. สามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ ได้ประมาณ จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง

โครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
Solar Installation Program — Phase 1 & 2
🏠
Solar Rooftop
โครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พื้นที่หลังคา
11.174MWp

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานแห่งแรกที่ใช้พลังงานหมุนเวียน ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่ช่วยเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ใช้งานภายในท่าอากาศยาน

ระยะแรกดำเนินการติดตั้งบนหลังคาอาคารผู้โดยสาร ขนาดกำลังการผลิต 11.174 เมกะวัตต์

🌊
Solar Floating
โครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พื้นที่บ่อน้ำ
26.645MWp

สำหรับระยะที่ 2 ในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะมีการติดตั้งเพิ่มขนาดกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 33.41 เมกะวัตต์

จากรูปแบบของการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) ซึ่งหากดำเนินการเสร็จสิ้น จะทำให้มีขนาดกำลังผลิตมากถึง 26.645 เมกะวัตต์

กำลังการผลิตรวมทั้งหมดTotal Installed Capacity
37.819
MWp
💰
การประเมินการติดตั้งสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตโดยก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงได้ประมาณ 1,841 ล้านบาท/ปี

การออกแบบทางขับเชื่อมแบบเร่งด่วนของทางวิ่งเปิดใหม่เส้นที่ 3 เพื่อลดการใช้น้ำมันของเครื่องบินขณะขับเคลื่อนออกจากทางวิ่ง

          ทอท. ดำเนินมาตรการด้านการปรับตัวและการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยบูรณาการประเด็นดังกล่าวเข้ากับการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน การวางแผนการดำเนินงาน และแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

          ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ได้เปิดใช้งานทางวิ่งเส้นที่ 3 (รันเวย์ 3) ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 โดยรันเวย์ 3 นอกจากจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินจาก 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เป็น 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมงแล้ว ยังได้รับการออกแบบทางขับเชื่อมทางวิ่งแบบเร่งด่วน (Rapid Exit Taxiway: RET) ที่บูรณาการแนวคิดบริการคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Service) ตามมาตรฐาน ICAO Doc 9157 ซึ่งจำแนกการรองรับอากาศยานตามเกณฑ์ความเร็วร่อนลงแตะพื้น (Threshold Speed) เป็น 4 กลุ่ม ตั้งแต่ความเร็วต่ำกว่า 169 กม./ชม. จนถึง 306 กม./ชม. (91–165 นอต) เพื่อให้อากาศยานออกจากทางวิ่งเข้าสู่หลุมจอดได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของ ICAO อย่างเคร่งครัด

          การออกแบบ RET ดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ของอากาศยานจากทางวิ่งไปยังหลุมจอด (Aircraft Parking Stands) โดยลดเวลาการครอบครองรันเวย์ (Runway Occupancy Time) และลดระยะทางการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บนพื้นดิน ซึ่งช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน โดยผลลัพธ์เชิงปริมาณที่ได้ยังถูกนำมาใช้ประกอบการประเมินความคุ้มค่าและผลกระทบทางธุรกิจของ ทอท. 

การพัฒนาโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)

          ทอท. ดำเนินโครงการ “AOT อาสาปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” ภายใต้ความร่วมมือกับกรมป่าไม้ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

          โครงการดังกล่าวดำเนินการปลูกป่าบนพื้นที่รวมกว่า 360 ไร่ ครอบคลุม 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี และตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยยึดแนวทาง “การปลูกป่าอย่างยั่งยืน (Sustainable Forestation)” และ “การคำนวณการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ (Calculation for Carbon Sequestration in Tree)” ตามหลักเกณฑ์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. การปลูกป่าเลือกใช้ไม้สัก และไม้พื้นเมืองที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ เพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวของป่าตามธรรมชาติในระยะยาว โดยคาดว่าจะสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 4,099 ตันคาร์บอนเทียบเท่า ภายในระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ. 2568–2578)

          ในปีงบประมาณ 2568 ทอท. ได้ดำเนินกิจกรรมบำรุงและฟื้นฟูป่าในปีที่ 2 โดยมีผู้บริหารและพนักงานฝ่ายกิจการเพื่อสังคม ร่วมกับหน่วยงานราชการและชุมชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมดูแลรักษาต้นไม้ พร้อมจัดทำแนวกันไฟกว้าง 6 เมตรรอบพื้นที่ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากไฟป่า ณ พื้นที่ต้นน้ำเหนือเขื่อนวชิราลงกรณ์ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

          จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา สะท้อนถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นในการดูแลพื้นที่ปลูกป่าให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่พนักงาน ทอท. ผ่านการบำรุงและฟื้นฟูต้นไม้กว่า 72,000 ต้น บนพื้นที่มากกว่า 360 ไร่ พร้อมเสริมสร้างภาพลักษณ์ของ ทอท. ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการลดก๊าซเรือนกระจก และมีความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) เพื่อการรับรองคาร์บอนเครดิตในอนาคตอย่างเป็นระบบและโปร่งใส

การอบรมที่เกี่ยวข้องกับการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการพลังงาน

          ทอท. ดำเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการจัดการพลังงานและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดอบรมและกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ที่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ของพนักงานในแต่ละระดับ

          การอบรมดังกล่าวครอบคลุมทั้งประเด็นการจัดการพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero โดยผลจากการอบรมถูกนำไปใช้สนับสนุนการดำเนินงานการวางแผนโครงการ และการตัดสินใจในระดับปฏิบัติการและระดับบริหาร

กิจกรรมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม

หัวข้อ "การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมในช่วงการเปลี่ยนผ่าน Carbon Neutrality และ Net Zero GHGs Emission" และ "กลไกการลดก๊าซเรือนกระจก (คาร์บอนเครดิต) และการชดเชยคาร์บอน แนวทางสู่การบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emission"

รูปที่ 1
รูปที่ 2

เป็นการบรรยายเพื่อการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในด้านการอนุรักษ์พลังงานและการจัดการก๊าซเรือนกระจก เตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กิจกรรมฝึกอบรมให้ความรู้ เรื่อง "การส่งเสริมการอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน ประจำปี 2568"

รูปที่ 1
รูปที่ 2

เป็นการบรรยายให้ความรู้และจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่พนักงาน โดยคณะวิทยากรจากบริษัท บลูริบบอน คอนซัลเทนท์ จำกัด ซึ่งพนักงานให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมทำกิจกรรม Workshop ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า รวมถึงแนวทางการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

ผลการดำเนินงานที่โดดเด่น

          ข้อมูลผลการดำเนินงานด้านพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เปิดเผยในตารางผลการดำเนินงาน จัดทำตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานทั้ง 6 ท่าอากาศยาน

          ทอท. ใช้มาตรฐาน วิธีการคำนวณ และสมมติฐานที่สอดคล้องกันอย่างต่อเนื่องในแต่ละรอบการรายงาน เพื่อให้สามารถติดตามแนวโน้มและประเมินความก้าวหน้าของผลการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม โดยการเปิดเผยข้อมูลด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ทอท. จัดทำโดยคำนึงถึงความสอดคล้องของกรอบและมาตรฐาน GRI Standards และได้รับการทวนสอบความถูกต้องในการเก็บข้อมูล โดยผู้ทวนสอบที่ได้รับการรับรอง

          ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงขอบเขตหรือวิธีการคำนวณ จะมีการเปิดเผยคำอธิบายเพิ่มเติมเพื่อรักษาความโปร่งใสของข้อมูล

🌿

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions)

ท่าอากาศยานไทย · รายงานความยั่งยืน

ปี 2566(ปีฐาน / Baseline)
ปี 2568ข้อมูลล่าสุด
ความครอบคลุมของข้อมูล
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1
Total Direct GHG Emissions (Scope 1)
2,941.58 tCO2e
2,774.78 tCO2e
✓ 100%
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2
Total Indirect GHG Emissions (Scope 2)
284,837.17 tCO2e
293,530.95 tCO2e
✓ 100%
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3*
Total Other Indirect GHG Emissions (Scope 3)*
90,225.9 tCO2e
140,504.38 tCO2e
✓ 100%

หมายเหตุ: ข้อมูลรายงานตามปีปฏิทิน โดยปี 2566 เป็นปีฐานสำหรับการวิเคราะห์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

* การรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขต 3 (GHG Emissions Scope 3) ของ ทอท. เปิดเผยข้อมูลจากกระบวนการต้นน้ำ (Upstream) อาทิ การสกัด การผลิต การขนส่ง และการกระจายเชื้อเพลิงหรือพลังงาน ที่บริษัทซื้อมาใช้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Performance Table

ทบทวนล่าสุด 27/02/2026