ความสำคัญ
การบริหารจัดการและขยายโครงสร้างพื้นฐานท่าอากาศยานจำเป็นต้องมีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น โดยกระบวนการผลิตไฟฟ้าจะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ดังนั้น ทอท. จึงมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยโลก ด้วยการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมเป็นพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางอ้อมต่อชุมชนและสังคม รวมทั้งตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มอื่น ๆ เช่น ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และหน่วยงานกำกับดูแลที่มีความสนใจในหุ้น/กองทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืน และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนในระดับสากลตามลำดับ รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม (Environmental Awareness) สูงขึ้นทุกปี
การที่ ทอท. สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (Climate-Related Risks & Opportunities) ตามมาตรฐานสากล จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและแสดงถึงความรับผิดชอบในการร่วมแก้ไขปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนช่วยดึงดูดนักลงทุนและพันธมิตรจากทั่วโลก ซึ่งส่งผลดีต่อการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นโยบาย
ความมุ่งมั่นของ ทอท.
นโยบาย แผนการดำเนินงานและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
ทอท. มุ่งมั่นบริหารจัดการท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบตามแนวทางการปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อมุ่งสู่การเป็นท่าอากาศยานสากลคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Airport) ทั้ง 6 ท่าอากาศยาน โดยมีการดำเนินงานตามกรอบ Airport Carbon Accreditation (ACA) ของ Airports Council International (ACI) ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทอท. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ ทอท. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและแผนการดำเนินงานต่าง ๆ พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานทุกหน่วยงานใหสอดคล้องกับนโยบายอย่างใกล้ชิด อีกทั้งการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. เป็นไปตามแผนวิสาหกิจ ทอท. ปีงบประมาณ 2566-2570 ฉบับทบทวน (ประจำปีงบประมาณ 2568) การพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้ Airport Strategic Positioning และนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมในท่าอากาศยาน เพื่อให้การจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นไปตามข้อกําหนดของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการพลังงานและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วน ทอท. จึงได้กำหนดนโยบาย แผนการดำเนินงาน และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย
นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมของสมาคมการค้า – Airports Council International (ACI)
Airports Council International (ACI) มีบทบาทในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านโครงการสิ่งแวดล้อม Airport Carbon Accreditation (ACA) โดยโครงการนี้สนับสนุนให้ท่าอากาศยานลดการปล่อยก๊าซ CO₂ เพื่อให้ได้มาตรฐานการรับรองตามระดับที่กำหนด นอกจากนี้ ACI ยังส่งเสริมให้สมาชิกลงทุนในศักยภาพระยะยาว เช่น การนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการค้นหาโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ โดย ทอท. ได้มีการกำหนดและเปิดเผยนโยบายในด้านที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันการดำเนินงาน โดยขอบเขตของกิจกรรมที่ ทอท. ได้ดำเนินการเพื่อสนับสนุน ACA ประกอบด้วย
(1) สนับสนุนให้ท่าอากาศยานลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
(2) สนับสนุนให้ท่าอากาศยานนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้เพื่อลดการปล่อยมลพิษ
(3) การกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซคาร์บอนในระยะยาว
(4) การสร้างความยืดหยุ่นและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation and Resilience)
ทั้งนี้ หาก ACI มีการเปลี่ยนแปลงจุดยืนด้าน Climate Change ทอท. จะดำเนินการทบทวนแนวทางการสนับสนุนให้สอดคล้อง
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนและผลักดันการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวทางของ
Paris Agreement ทอท. ได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานสนามบิน รวมถึงสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริหารจากท่าอากาศยานในภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในด้านช่องทางการตลาดและการค้าระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของ ทอท. ในฐานะผู้นำด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ โดยเฉพาะในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามวาระ Net Zero การเป็นสมาชิกของสมาคมที่มุ่งเน้นประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ ทอท. ในการสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับสากล
แนวทางการจัดการ
ยุทธศาตร์ด้านสิ่งแวดล้อมในภาพรวม
ทอท. กำหนดแผนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยพิจารณาให้เป็นไปตามกรอบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ หรือ Task Force on Climate-related Financial Disclosure (TCFD) โดยมีองค์ประกอบดังนี้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
การกำกับดูแล
โครงสร้างการบริหารจัดการ (Climate Governance)
ทอท. ได้กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน ตั้งแต่ระดับคณะกรรมการจนถึงระดับปฏิบัติการ เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการประเด็นดังกล่าวถูกบูรณาการอยู่ในกระบวนการกำหนดนโยบาย การวางแผนกลยุทธ์ และการตัดสินใจทางธุรกิจขององค์กร คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ทอท. มีบทบาทในการกำกับดูแล ทบทวน และติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงพิจารณานโยบาย เป้าหมาย และแผนงานที่สำคัญ ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณา เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
เป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและ
การเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศ
ท่าอากาศยาน
ยานพาหนะและอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสะอาดภายใน
ท่าอากาศยาน
ทุกหน่วยงาน
บทบาทและความรับผิดชอบ
| โครงสร้างการบริหารจัดการ (Climate Governance) |
หน่วยงาน | บทบาทและความรับผิดชอบ |
|---|---|---|
| ระดับกรรมการ (Board Level) |
|
|
| ระดับผู้บริหาร (Management Level) |
|
|
| ระดับปฏิบัติการ (Operational Level) |
สำนักงานใหญ่ | |
|
|
|
| ท่าอากาศยาน | ||
|
|
|
แรงจูงใจในการจัดการที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ
ทอท. ได้บูรณาการประเด็นด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานและการกำหนดแรงจูงใจ เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบและการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงานในทุกระดับ โดยแบ่งกลไกแรงจูงใจออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับผู้บริหารสูงสุด ระดับผู้บริหาร และระดับปฏิบัติการ ซึ่งเชื่อมโยงกับการบรรลุเป้าหมายและผลการดำเนินงานด้านพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ดังนี้
| กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ | การบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำหนดไว้ในแผนวิสาหกิจของ ทอท. ปีงบประมาณ 2566-2570 ฉบับทบทวน (ประจำปีงบประมาณ 2568) และกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลตอบแทน |
| ผู้บริหารระดับสูง | การบรรลุเป้าหมายการวัดผลและผลประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency และกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลตอบแทน |
| พนักงานระดับปฏิบัติการ | รางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวดโครงการแนวคิดสร้างสรรค์ Innolution |
กลยุทธ์
ทอท. มีแนวทางในการจัดการด้านพลังงาน (Actions To Reduce The Amount Of Energy Used) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลัก 4 แนวทาง ดังนี้
| ⚡ ดัชนีพลังงาน | 🌍 Airport Carbon Accreditation (ACA) | 🤝 การร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ | 🎯 แรงจูงใจในการจัดการที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ |
|---|---|---|---|
| ดำเนินการจัดทำรายงานสรุปการวัดผลและผลประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency) เป็นประจำทุกปี ที่มีความครอบคลุมทั้งสำนักงานใหญ่และ 6 ท่าอากาศยานของ ทอท. โดยมาจากการรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานของท่าอากาศยาน (Energy Report) เทียบกับรายได้ของ ทอท. และนอกจากการรวบรวมสถิติการใช้พลังงานแล้วนั้น ยังมีการศึกษาเพื่อค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ในการลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีงบประมาณสำหรับการดำเนินงานดังกล่าวโดยเฉพาะ | ทอท. ดำเนินงานโครงการ Airport Carbon Accreditation (ACA) เพื่อติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ 6 ท่าอากาศยาน โดยมีท่าอากาศยานที่ได้รับการรับรองในระดับ 3 Third party engagement in carbon footprint reduction จำนวน 5 แห่ง และได้รับการรับรองในระดับ 2 Carbon management towards a reduced carbon footprint จำนวน 1 แห่ง ที่แสดงถึงการเก็บข้อมูลและดำเนินการรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยทุกท่าอากาศยานของ ทอท. ได้จัดทำและดำเนินงานตามแผนการจัดการคาร์บอน (Carbon Management Plan) |
|
ทอท. กำหนดผลตอบแทนให้แก่พนักงานของ ทอท. เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการดำเนินงานด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ:
|
การบริหารจัดการความเสี่ยง
ทอท. มีแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นไปตามคู่มือการบริหารความเสี่ยง ปีงบประมาณ 2567 และผนวกเข้ากับการดำเนินธุรกิจของ ทอท. ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ฉากทัศน์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Scenario) การประเมินความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ (Risk & Opportunity Assessment) และแนวทางการปรับตัว (Physical Climate Risk Adaptation)
|
🔍
3.1 การวิเคราะห์ฉากทัศน์ (Climate-Related Scenario Analysis)
ทอท. ดำเนินการวิเคราะห์ฉากทัศน์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อพยากรณ์สถานการณ์ในกรณีที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า น้อยกว่า และเท่ากับ 2 องศาเซลเซียส ทั้งในเชิงกายภาพ (Physical) และการเปลี่ยนผ่าน (Transition)
|
📈
3.2 การประเมินความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ (Financial Risk & Opportunities Of Climate Change)
ทอท. ดำเนินการระบุความเสี่ยงระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตลอดห่วงโซ่คุณค่าของ ทอท. โดยครอบคลุมข้อกำหนดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในปัจจุบันและในอนาคต (Current & emerging Regulation) เทคโนโลยี (Technology) กฎหมาย (Legal) การตลาด (Market) ชื่อเสียงของ ทอท. (Reputation) และด้านกายภาพทั้งแบบฉับพลัน (Acute) และสะสม (Chronic) และค้นหาโอกาสทางธุรกิจจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอ้างอิงราคาคาร์บอนภายใน (Internal Carbon Price) ของสิงคโปร์
|
🔄
3.3 แนวทางการปรับตัว (Climate Risk Adaptation)
ทอท. กำหนดแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) เพื่อเป็นแนวทางในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ได้รับการรับรองระบบตามมาตรฐานสากล ISO 22301:2019 ในขอบข่าย Business Continuity Management of airport Service ครอบคลุมสำนักงานใหญ่และ 6 ท่าอากาศยาน โดยมีระยะเวลาของการรับรอง 3 ปี ระหว่างปีงบประมาณ 2565 – 2568 (แนวทางการปรับตัวครอบคลุมสถานที่ปฏิบัติการในอนาคตของ ทอท. )
|
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
อาคารประหยัดพลังงาน
ทอท. ดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งที่ 2 และ อาคารสำนักงานสถาบันวิทยาการท่าอากาศยาน โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประกอบด้วยการใช้แสงธรรมชาติ การระบายอากาศที่เหมาะสม ระบบจัดการน้ำฝน การเลือกใช้วัสดุที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างพื้นที่สีเขียวโดยรอบ ทั้งนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารและสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยทั้งสองอาคารได้รับการออกแบบภายใต้เกณฑ์ LEED for Building Design and Construction (LEED BD+C) ซึ่งเป็นมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากลของสภาอาคารเขียวสหรัฐอเมริกา (U.S. Green Building Council: USGBC) สำหรับอาคารก่อสร้างใหม่หรืออาคารที่ได้รับการปรับปรุงขนาดใหญ่ (New Construction/Major Renovation)
เป้าหมายและตัวชี้วัด (Metrics & Targets)
ทอท. ได้กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อใช้เป็นกรอบในการติดตามผลการดำเนินงานและประเมินความก้าวหน้าอย่างเป็นระบบ โดยเป้าหมายดังกล่าวครอบคลุมทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (Scope 1 และ Scope 2) และการเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
การกำหนดเป้าหมายอ้างอิงจากปีฐานที่เหมาะสม และมีการติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำ โดยผลการประเมินจะถูกนำเสนอให้คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนพิจารณา เพื่อใช้ประกอบการทบทวนเป้าหมายและมาตรการให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
🌿 เป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
| ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ | หน่วย | เป้าหมายรายปี | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|
| 2567 | 2568 | 2569 | 2570 | 2571 | ||
|
1.
การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
(Scope 1 และ 2) |
ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า ต่อจำนวนผู้โดยสาร | ปีฐาน | 5% | 10% | 15% | 20% |
|
2.
การเพิ่มปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ร้อยละ 20 จากปีฐาน (ปี 2567) ภายในปี 2571
|
คาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า | ปีฐาน | 5% | 10% | 15% | 20% |
Airport Carbon Accreditation (ACA)
ทอท. ใช้กรอบการรับรอง Airport Carbon Accreditation (ACA) เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของท่าอากาศยานอย่างเป็นระบบ โดยกรอบดังกล่าวช่วยกำหนดขอบเขตการวัด การติดตาม และการดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องตามระดับการรับรองที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ โปรแกรม ACA มีระดับการรับรองมาตรฐาน 7 ระดับ ในการเข้ารับการรับรองที่มีความท้าทายมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งท่าอากาศยานจะต้องเพิ่มระดับของการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ดังนี้
EMISSIONS
CREDITS
ZERO
ZERO
Scope 1,2
MGMT
REMOVALS
การเข้าร่วมและยกระดับการรับรองภายใต้โปรแกรม ACA เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของ ทอท. สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions พร้อมยกระดับบทบาทของท่าอากาศยานไทยในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินที่รับผิดชอบต่อสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งปัจจุบัน ทสภ. ทดม. ทชม. ทชร. และ ทหญ. ได้รับการรับรองใน ระดับที่ 3 : Third Party Engagement in Carbon Footprint Reduction สำหรับ ทภก. ได้รับการรับรองใน ระดับที่ 2 : Carbon management towards a reduced carbon footprint
การดำเนินงาน
การกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กรสำหรับการประเมินผลกระทบทางการเงินในความเสี่ยงเชิงเปลี่ยนผ่าน : กฎระเบียบด้านสภาพภูมิอากาศ (Carbon Tax)
ทอท. ได้นำแนวคิดการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing) มาใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินผลกระทบทางการเงินจากความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากกฎระเบียบด้านคาร์บอนในอนาคต
การใช้ราคาคาร์บอนภายในองค์กรถือเป็นกฎระเบียบที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ตามกรอบความตกลง NDC อาจนำไปสู่การบังคับใช้ภาษีคาร์บอนในประเทศไทย โดยราคาคาร์บอนภายในองค์กรของ ทอท. ถูกกำหนดเป็นราคาที่อ้างอิงจากราคาภาษีคาร์บอนของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าว ราคาภาษีคาร์บอนที่ใช้คือ 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (5 SGD/tCO2e) หรือประมาณ 115 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (115 THB/tCO2e) ซึ่งถูกนำมาใช้ภายในองค์กร
การใช้ราคาคาร์บอนภายในองค์กรช่วยให้ ทอท. สามารถประเมินผลกระทบทางการเงินของโครงการภายใต้บริบทการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นระบบ และสนับสนุนการบริหารความเสี่ยง รวมถึงการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวขององค์กร
รายได้ที่ยั่งยืน (Sustainable Revenue)
ทอท. มีรายได้จากกิจกรรมที่เข้าข่ายเป็นรายได้อย่างยั่งยืน (Sustainable Revenue) ซึ่งเกิดจากการดำเนินธุรกิจหลักด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการท่าอากาศยานที่มีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยรายได้ดังกล่าวมาจากการพัฒนาและให้บริการโครงสร้างพื้นฐานท่าอากาศยานคาร์บอนต่ำ (Low-carbon airport infrastructure) เช่น ระบบจ่ายไฟฟ้าและอากาศให้แก่อากาศยานขณะจอด เพื่อทดแทนการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นต้น
นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากการให้บริการภาคพื้น (Air transport ground handling operations) และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่ท่าอากาศยาน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานโดยตรง กิจกรรมดังกล่าวได้รับการประเมินว่าสอดคล้องกับแนวคิดของ EU Taxonomy ในด้านการมีส่วนช่วยอย่างมีนัยสำคัญต่อการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยคำนึงถึงหลักการไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
รายได้จากกิจกรรมเหล่านี้สะท้อนถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของ ทอท. ที่บูรณาการเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
กิจกรรมที่โดดเด่นด้านการจัดการพลังงาน
ทอท. ดำเนินโครงการด้านการจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพของอาคาร ระบบอำนวยความสะดวก และการดำเนินงานภายในท่าอากาศยาน โดยมาตรการต่าง ๆ ถูกคัดเลือกจากผลการวิเคราะห์การใช้พลังงานและการประเมินโอกาสในการลดการใช้พลังงาน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว
ICT as a Low-Carbon Enabler
เพื่อให้เป็นไปตามยุคสมัยของบริบทโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทอท. มีการปรับตัวและสนับสนุนความมุ่งมั่นในการนำระบบเทคโนโลยีและการสื่อสารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในการดำเนินงานอย่างครบถ้วนและเป็นระบบ ประกอบด้วย การลดการใช้พลังงาน และการจัดการทรัพยากรด้านสารสนเทศ (ICT) อย่างคุ้มค่าและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ เพื่อให้การบริหารธุรกิจของ ทอท. เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการกำหนดนโยบายบริหารจัดการการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ ทอท. (AOT Green ICT Management Policy)
การวิเคราะห์การใช้พลังงาน
ทอท. ได้ดำเนินการวิเคราะห์การใช้พลังงาน เป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำรายงานด้านประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-efficiency) โดยพิจารณาการใช้พลังงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) ของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ครอบคลุมทั้งกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุน นำมาซึ่งแนวปฏิบัติของการดำเนินงานด้านพลังงาน ดังต่อไปนี้
- การใช้ระบบอาคารอัตโนมัติเพื่อควบคุมระบบปรับอากาศ
- การปรับเปลี่ยนหลอดไฟภายในอาคารทำอาคารให้เป็นระบบไฟส่องสว่างแบบ LED
- การตั้งเป้าหมายลดตัวพลังงาน
- ติดตั้งเครื่องทำความเย็นประสิทธิภาพสูง (High efficiency chiller) สำหรับลดความร้อนในอาคาร
- ติดตั้งมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง (High efficiency motor) สำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่
- การติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ในพื้นที่ให้บริการรถเช่าฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
- การติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ในแท็กซี่ปฏิบัติการบิน (Airside) สำหรับยานพาหนะที่ใช้ในปฏิบัติงานท่าอากาศยาน
- ปรับเปลี่ยนเครื่องทำความเย็น ระบบปรับอากาศภายในอาคารสำนักงานท่าอากาศยานเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง โดยดำเนินการเปลี่ยน Chiller จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- วางแผนและบริหารจัดการการเปิด/ปิดไฟส่องสว่างและระบบปรับอากาศภายในอาคารผู้โดยสารให้สอดคล้องกับช่วงเวลาและปริมาณผู้โดยสาร
- ปรับเปลี่ยนโคมไฟปรับระบบการขับ อากาศยาน (Taxiway) สนามจอดอากาศยาน (Apron) อาคารผู้โดยสาร และอาคารสำนักงาน จากหลอดไฟ Halogen เป็นหลอดไฟแบบ LED
- ใช้ระบบควบคุมไฟส่องสว่าง (Lighting System) ในการปิดไฟปรับเวลาห้องโถงผู้โดยสาร ภายในประตรอากาศจากห้องควบคุมกลาง ระหว่างเวลา 23.30 – 04.00 น.
- เปลี่ยนระบบไฟส่องสว่างของลานจอดรถ ไฟทางวิ่ง และไฟบริเวณภายในท่าอากาศยานให้เป็นหลอดไฟ LED
- ปรับปรุงระบบเครื่องทำความเย็น (Chiller) ในบริเวณพื้นที่ท่าอากาศผู้โดยสารต่างประเทศ
- วัดและประเมินการใช้ไฟฟ้าในแต่ละประเภทงาน เพื่อติดตามและปรับปรุมการตรวจสอบตัวพลังงาน
- ติดตั้งหลอดไฟ LED บริเวณทางขับอากาศยาน (Taxiway) และทางวิ่ง (Runway)
- ปรับเปลี่ยนหลอดไฟบริเวณหลุมจอดอากาศยานจากหลอดไฟ Halogen เป็นหลอดไฟ LED
- วางแผนและบริหารจัดการการเปิด/ปิดไฟส่องสว่างภายในอาคารผู้โดยสารให้สอดคล้องกับช่วงเวลาและปริมาณผู้โดยสาร
- ปรับเปลี่ยนระบบไฟ Approach Lights จากหลอดไฟ Halogen และระบบไฟ Flashing Lights จากหลอดไฟ (Incandescent) รวมถึงหลอดไฟภายในอาคารผู้โดยสาร ให้เป็นหลอดไฟ LED
- ปรับเปลี่ยนไฟส่องสว่างบริเวณพื้นที่ลาน จอดรถ Runway Edge Lights และ Taxiway Edge Lights จาก Halogen เป็น LED