พลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ที่มาและความสำคัญ

ผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ

          การบริหารจัดการและการขยายโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานส่งผลให้มีปริมาณการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทอท. ตระหนักถึงความเชื่อมโยงดังกล่าวและมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่การใช้พลังงานสะอาด (Renewable Energy) ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทุกกระบวนการดำเนินงาน 

          แนวทางดังกล่าวช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและบรรเทาผลกระทบทางอ้อมต่อชุมชนและสังคมพร้อมตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งหน่วยงานกำกับดูแล นักลงทุน ผู้ถือหุ้น และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ซึ่งให้ความสำคัญกับองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พันธมิตรและผู้มีส่วนได้เสีย โดยสะท้อนการดำเนินงานด้านการจัดการพลังงานและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ชัดเจนสอดคล้องกับแนวโน้มของลูกค้าและสังคมที่มีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Awareness) เพิ่มมากขึ้นทุกปี  

          นอกจากนี้ ทอท. ยังให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในระดับประเทศและระดับสากลซึ่งไม่เพียงการดำเนินงานช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและบรรเทาผลกระทบต่อชุมชนและสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าระยะยาวและเสริมสร้างความยั่งยืนขององค์กรในภาพรวม

ความท้าทายและโอกาส

          ทอท. ตระหนักถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินงานของ 6 ท่าอากาศยาน เช่น การใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน การพึ่งพาไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงความเสี่ยงจาก
ภัยธรรมชาติ (น้ำท่วม ฝนตกหนัก และคลื่นความร้อน) ที่กระทบต่อความปลอดภัยและความต่อเนื่องของการให้บริการ 

          นอกจากนี้ ทอท. ยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านต้นทุนการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาด การปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความยั่งยืน  
ที่เข้มงวดขึ้น เช่น การใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และเป้าหมาย Net Zero เป็นต้น อีกทั้งยังมีความท้าทาย ในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ตามโปรแกรม Airport Carbon Accreditation (ACA) ให้ทัดเทียมกับท่าอากาศยานชั้นนำระดับโลก ในขณะที่กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการบินระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันขององค์กร 

          อย่างไรก็ตาม ความท้าทายเหล่านี้กลับเป็นโอกาสให้ ทอท. ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยมุ่งเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานทดแทนและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ การใช้ยานพาหนะไฟฟ้า (EV)  ทั้งนี้การบริหารจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงนักลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืน และสนับสนุนเป้าหมายของ ทอท. ในการบรรลุการปล่อยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)ภายในปี พ.ศ. 2587 เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่าอากาศยานและการบินของไทยสู่ความยั่งยืน

ความมุ่งมั่นและนโยบายที่เกี่ยวข้อง

ความมุ่งมั่นของ ทอท.

Net Zero Emissions — ทอท. NET ZERO EMISSIONS ทอท. มุ่งมั่นในการบริหารจัดการท่าอากาศยาน เพื่อมุ่งสู่การเป็น "ท่าอากาศยานสากลชั้นนำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนอย่างยั่งยืน" Moving toward International Leading Eco-Airport ผ่านการบูรณาการแนวคิดคาร์บอนต่ำร่วมกับการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ โดยมีเป้าหมายบรรลุ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2587 พร้อมทั้งบริหารจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมารองรับบทบาทสำคัญ ของ ทอท. ในฐานะ "ประตูสู่ประเทศ" ที่สามารถตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ ให้ทัดเทียมท่าอากาศยานชั้นนำระดับสากล 🌿 เป้าหมาย Net Zero Emissions 2587 (ค.ศ. 2044) 📊 ปีฐานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2566 (ค.ศ. 2023)

นโยบาย ข้อกำหนด กฎระเบียบ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ตัวชี้วัด เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินงานปี 2568
ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (MWp)
14 4.4
ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ 2) ต่อผู้โดยสาร (ร้อยละ) 4.00
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 11.45
ท่าอากาศยานดอนเมือง 10.40
ท่าอากาศยานภูเก็ต 18.67
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 13.17
ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ 2) ต่อรายได้ (ร้อยละ) 2.20
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ 16.92
ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย 8.49
การจัดทำแผนการจัดการคาร์บอน ร้อยละ 100 ร้อยละ 100
การประเมินความเสี่ยงและการกำหนดมาตรการ
จัดการด้านสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ร้อยละ 100 ร้อยละ 100
หมายเหตุ :
ปรับปรุงตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับแผนวิสาหกิจ ทอท. ปีงบประมาณ 2566 – 2570 ฉบับทบทวน (ประจำปีงบประมาณ 2568) และเทียบกับปีฐาน พ.ศ. 2566 เป้าหมายเทียบกับปีฐาน พ.ศ. 2566 และก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมประเภทที่ 1 และ ประเภทที่ 2

นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมของสมาคมการค้า – Airports Council International (ACI)

ACI

          Airports Council International (ACI) มีบทบาทในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านโครงการสิ่งแวดล้อม Airport Carbon Accreditation (ACA) โดยโครงการนี้สนับสนุนให้ท่าอากาศยานลดการปล่อยก๊าซ CO เพื่อให้ได้มาตรฐานการรับรองตามระดับที่กำหนด นอกจากนี้ ACI ยังส่งเสริมให้สมาชิกลงทุนในศักยภาพระยะยาว เช่น การนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการค้นหาโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ โดย ทอท. ได้มีการกำหนดและเปิดเผยนโยบายในด้านที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันการดำเนินงาน โดยขอบเขตของกิจกรรมที่ ทอท. ได้ดำเนินการเพื่อสนับสนุน ACA ประกอบด้วย  

  1. สนับสนุนให้ท่าอากาศยานลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 
  2. สนับสนุนให้ท่าอากาศยานนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้เพื่อลดการปล่อยมลพิษ 
  3. การกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะยาว 
  4. การสร้างความยืดหยุ่นและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation and Resilience)

          ทั้งนี้ หาก ACI มีการเปลี่ยนแปลงจุดยืนด้าน Climate Change ทอทจะดำเนินการทบทวนแนวทางการสนับสนุนให้สอดคล้อง นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนและผลักดันการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวทางของ Paris Agreement ทอท. ได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานสนามบิน รวมถึงสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริหารจากท่าอากาศยานในภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในด้านช่องทางการตลาดและการค้าระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของ ทอท. ในฐานะผู้นำด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ โดยเฉพาะในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามวาระ Net Zero การเป็นสมาชิกของสมาคมที่มุ่งเน้นประเด็นด้านภูมิอากาศยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ ทอท. ในการสนับสนุนนโยบายและกิจกรรมเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับสากล

แนวทางการจัดการ

ยุทธศาตร์ด้านสิ่งแวดล้อมในภาพรวม

กลยุทธ์

          ทอท. กำหนดแผนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยพิจารณาให้เป็นไปตามกรอบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ หรือ Task Force on Climate-related Financial Disclosure (TCFD) โดยมีองค์ประกอบดังนี้

AOT TCFD

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม 

AOT Climate Change Management (TCFD)

หน้าที่ความรับผิดชอบ

คณะกรรมการ ทอท. - Grid Layout
คณะกรรมการ ทอท.
คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
🌱
การพิจารณาแผนแม่บทด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของ ทอท.
📋
การกำหนดนโยบายและเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
♻️
การพิจารณาติดตั้งพลังงานทดแทนภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน
📊
การพิจารณาการใช้ยานพาหนะและอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสะอาดภายในท่าอากาศยาน
🤝
การติดตามผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของทุกหน่วยงาน
คณะทำงานการดำเนินงานในการวัดและประเมินในเรื่องของประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency) ของ ทอท.
ฝ่ายสิ่งแวดล้อม
คณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน
คณะทำงาน / ฝ่าย บทบาทและหน้าที่
👥
คณะกรรมการ ทอท.
    กำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ และนโยบายสำคัญขององค์กร ควบคู่กับการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของฝ่ายบริหาร ดูแลให้มีระบบควบคุมภายในและกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และกำกับดูแลให้มีการสื่อสารที่โปร่งใสกับผู้มีส่วนได้เสียและสาธารณชน รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรลุประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืน
🌱
คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
    รับผิดชอบในด้านการพิจารณาการจัดทำแผนแม่บทด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของ ทอท. รวมไปถึงการกำหนดนโยบายและเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงพิจารณาติดตั้งพลังงานทดแทน และการใช้ยานพาหนะและอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสะอาดภายในท่าอากาศยาน รวมถึงติดตามผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของทุกหน่วยงาน
📈
คณะทำงานการดำเนินงานในการวัดและประเมินในเรื่องของประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency) ของ ทอท.
    มีหัวหน้าสายงานวิศวกรรมและการก่อสร้างเป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยมีส่วนงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนจากท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง เป็นผู้ทำงาน รับผิดชอบในการกำหนดขอบเขตแนวทาง ตัวชี้วัดและจัดทำแผนงานที่เหมาะสมในการวัดและประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมในการประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ พร้อมจัดทำรายงานประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจของ ทอท. รวมทั้งพิจารณาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ
🌍
ฝ่ายสิ่งแวดล้อม
    รับผิดชอบในการจัดทำนโยบาย แผนงาน และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการพลังงาน และศึกษาการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกำกับการดำเนินงานแบบองค์รวมตั้งแต่การกำหนดแนวทางแก้ไขและพัฒนา การติดตามและประเมินผล การเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจ ตลอดจนการถ่ายทอดความรับผิดชอบไปยังท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยรอบผ่านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารอย่างเป็นระบบ
คณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน
1 คณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน
    รับผิดชอบในการจัดการคาร์บอน (Carbon Manager) เพื่อผลักดันการดำเนินการตามแผนอนุรักษ์พลังงานและแผนบริหารจัดการคาร์บอน (CMP) นอกจากนี้ คณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน ยังมีหน้าที่ในการติดตามและผลักดันการดำเนินโครงการประหยัดพลังงานและลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก (Emissions) รวมทั้งนำเสนอผลการดำเนินงานต่อผู้บริหาร และ ฝวล. อย่างสม่ำเสมอ
2คณะกรรมการอนุรักษ์พลังงาน
    รับผิดชอบในการผลักดันการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนบริหารจัดการคาร์บอนของ ท่าอากาศยาน ติดตามการดำเนินมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของท่าอากาศยาน
3คณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน
    รับผิดชอบในการจัดการด้านพลังงานให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและนโยบายอนุรักษ์พลังงานนของท่าอากาศยานที่กำหนด ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติตามนโยบายอนุรักษ์พลังงานและวิธีการจัดการพลังงาน รวมทั้งจัดฝึกอบรมหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสม ควบคุมดูแลให้การจัดการพลังงานของท่าอากาศยานมีประสิทธิภาพ รายงานผลการอนุรักษ์พลังงาน ทบทวนนโยบายอนุรักษ์พลังงงานและการจัดการพลังงานอย่างสม่ำเสมอ พร้อมรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายและวิธีการจัดการพลังงานให้ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานทราบ

แรงจูงใจในการจัดการที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ

          ทอท. ได้บูรณาการประเด็นด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานและการกำหนดแรงจูงใจ เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบและการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงานในทุกระดับ โดยแบ่งกลไกแรงจูงใจออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับผู้บริหารสูงสุด ระดับผู้บริหาร และระดับปฏิบัติการ ซึ่งเชื่อมโยงกับการบรรลุเป้าหมายและผลการดำเนินงานด้านพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ดังนี้

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำหนดไว้ในแผนวิสาหกิจของ ทอท. ปีงบประมาณ 2566-2570 ฉบับทบทวน (ประจำปีงบประมาณ 2568) และกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลตอบแทน
ผู้บริหารระดับสูง การบรรลุเป้าหมายการวัดผลและผลประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency และกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลตอบแทน
พนักงานระดับปฏิบัติการ รางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวดโครงการแนวคิดสร้างสรรค์ Innolution

กลยุทธ์

          ทอทมีแนวทางในการจัดการด้านพลังงาน (Actions To Reduce The Amount Of Energy Used) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลัก 4 แนวทาง ดังนี้  

⚡ ดัชนีพลังงาน 🌍 Airport Carbon Accreditation (ACA) 🤝 การร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ 🎯 แรงจูงใจในการจัดการที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ
ดำเนินการจัดทำรายงานสรุปการวัดผลและผลประเมินประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency) เป็นประจำทุกปี ที่มีความครอบคลุมทั้งสำนักงานใหญ่และ 6 ท่าอากาศยานของ ทอท. โดยมาจากการรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานของท่าอากาศยาน (Energy Report) เทียบกับรายได้ของ ทอท. และนอกจากการรวบรวมสถิติการใช้พลังงานแล้วนั้น ยังมีการศึกษาเพื่อค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ในการลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีงบประมาณสำหรับการดำเนินงานดังกล่าวโดยเฉพาะ ทอท. ดำเนินงานโครงการ Airport Carbon Accreditation (ACA) เพื่อติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ 6 ท่าอากาศยาน โดยมีท่าอากาศยานที่ได้รับการรับรองในระดับ 3 Third party engagement in carbon footprint reduction จำนวน 5 แห่ง และได้รับการรับรองในระดับ 2 Carbon management towards a reduced carbon footprint จำนวน 1 แห่ง ที่แสดงถึงการเก็บข้อมูลและดำเนินการรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยทุกท่าอากาศยานของ ทอท. ได้จัดทำและดำเนินงานตามแผนการจัดการคาร์บอน (Carbon Management Plan)
  • ทอท. เข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ ACI (Airport Council International) เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวทางของ Paris Agreement ที่มีสายงานยุทธศาสตร์ สำนักการต่างประเทศของ ทอท. เป็นผู้รับผิดชอบหลักบหลัก
  • ทอท. เข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ UNGC (United Nations Global Compact) โดยการประกาศความมุ่งมั่นที่จะดำเนินตามหลักของ UNGC 10 ประการ ที่ครอบคลุมการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทอท. กำหนดผลตอบแทนให้แก่พนักงานของ ทอท. เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการดำเนินงานด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ:
  • กรรมการผู้อำนวยใหญ่
  • ผู้บริหารระดับสูง
  • พนักงานระดับปฏิบัติการ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

AOT Climate Change Management

การบริหารจัดการความเสี่ยง

           ทอท. มีแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นไปตามคู่มือการบริหารความเสี่ยง ปีงบประมาณ 2567 และผนวกเข้ากับการดำเนินธุรกิจของ ทอท. ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ฉากทัศน์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Scenario) การประเมินความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ (Risk & Opportunity Assessment) และแนวทางการปรับตัว (Physical Climate Risk Adaptation)

🔍
3.1 การวิเคราะห์ฉากทัศน์
(Climate-Related Scenario Analysis)
ทอท. ดำเนินการวิเคราะห์ฉากทัศน์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อพยากรณ์สถานการณ์ในกรณีที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า น้อยกว่า และเท่ากับ 2 องศาเซลเซียส ทั้งในเชิงกายภาพ (Physical) และการเปลี่ยนผ่าน (Transition)
📈
3.2 การประเมินความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ
(Financial Risk & Opportunities Of Climate Change)
ทอท. ดำเนินการระบุความเสี่ยงระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตลอดห่วงโซ่คุณค่าของ ทอท. โดยครอบคลุมข้อกำหนดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในปัจจุบันและในอนาคต (Current & emerging Regulation) เทคโนโลยี (Technology) กฎหมาย (Legal) การตลาด (Market) ชื่อเสียงของ ทอท. (Reputation) และด้านกายภาพทั้งแบบฉับพลัน (Acute) และสะสม (Chronic) และค้นหาโอกาสทางธุรกิจจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอ้างอิงราคาคาร์บอนภายใน (Internal Carbon Price) ของสิงคโปร์
🔄
3.3 แนวทางการปรับตัว
(Climate Risk Adaptation)
ทอท. กำหนดแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) เพื่อเป็นแนวทางในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ได้รับการรับรองระบบตามมาตรฐานสากล ISO 22301:2019 ในขอบข่าย Business Continuity Management of airport Service ครอบคลุมสำนักงานใหญ่และ 6 ท่าอากาศยาน โดยมีระยะเวลาของการรับรอง 3 ปี ระหว่างปีงบประมาณ 2565 – 2568 (แนวทางการปรับตัวครอบคลุมสถานที่ปฏิบัติการในอนาคตของ ทอท. )

การบริหารจัดการพลังงาน

ผลการประเมินความเสี่ยงและการกำหนดมาตรการจัดการด้านสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ผลการประเมินและมาตรการจัดการ — AOT
ผลการประเมิน มาตรการจัดการ
นโยบาย มีการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการถ่ายทอดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมจากระดับผู้บริหารสูงสุดลงสู่ระดับปฏิบัติการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
  • จัดทำแผนแม่บทด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของ ทอท. (Green Airport Master Plan) เพื่อเป็นแนวทางขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร
  • จัดทำแผนบริหารจัดการคาร์บอน Carbon Management Plan: CMP และแผนการอนุรักษ์พลังงาน (Energy Conservation Plan) ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของ ทอท. (Green Airport Master Plan)
  • บูรณาการแนวทางการดำเนินงานในแผนแม่บทด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของ ทอท. (Green Airport Master Plan) ร่วมกับแผนแม่บทของท่าอากาศยาน
การจัดการองค์กร มีการกำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการที่รับผิดชอบด้านการประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions) อย่างชัดเจน
  • แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงเพือเป็นผู้กำหนดนโยบายและกำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนริหารจัดการคาร์บอน (Carbon Management Plan: CMP)
การสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจ การฝึกอบรมจำเป็นต้องการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเจ้าหน้าที่ที่ท่าอากาศยานที่เปลี่ยนแปลงไป
  • ฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions)
การวัดประสิทธิภาพ สามารถยกระดับกระบวนการติดตามและประเมินผลเพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions) ของท่าอากาศยานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • พัฒนาวิธีการตรวจวัด การรายงาน การทวนสอบ (MRV)
  • ตรวจสอบและสอบทานมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions) อย่างสม่ำเสมอตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้
  • ทบทวนแผนบริหารจัดการคาร์บอน (Carbon Management Plan: CMP) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้
การสื่อสาร ควรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อในการสื่อสารอย่างเนื้อหา เพื่อสร้างความตระหนักและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ท่าอากาศยานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • จัดทำและสำรวจช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสำหรับการสื่อสารที่แบบทางเดียวและสองทาง ระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน
  • พัฒนาและส่งเสริมระเบียบวิธีการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานและผู้ปฏิบัติงาน
  • สื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานและกิจกรรมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions) อย่างสม่ำเสมอผ่านทุกช่องทางของท่าอากาศยานเพื่อกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานมีส่วนร่วมและตระหนักถึงความสำคัญของมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม
การลงทุน การจัดสรรทรัพยากรทางการเงินไม่เพียงพอต่อการสนับสนุนการดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions) ให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ
  • รวบรวมจัดทำข้อมูลความสำคัญของปัจจัยที่จำเป็นสำหรับการดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions)
  • จัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions)

การสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

การสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ — AOT
กิจกรรม/โครงการ การประชาสัมพันธ์ การฝึกอบรม
ภายใน
  • จัดโครงการ "Low Carbon Operation" เพื่อส่งเสริมให้ทุกกิจกรรมภายในท่าอากาศยานดำเนินการในแนวทาง "Low-Carbon"
  • จัดโครงการรณรงค์การลดการใช้พลังงาน
  • จัดกิจกรรม "Earth-hour" เพื่อสร้างความตระหนักในการประหยัดพลังงานภายในองค์กร
  • จัดทำช่องทางการสื่อสาร สำหรับเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยาน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและมาตรการลดการใช้พลังงาน
  • จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และช่องทางเพือเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศไปยังเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions) เพื่อสร้างความตระหนัก
  • ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานเกี่ยวกับการนำแนวปฏิบัติในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions)
  • จัดลักษณะกระบวนสื่อสิ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมสำเร็จรูปเพื่อให้เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานปฏิบัติ
  • จัดสัมมนาเกี่ยวกับการบริหารจัดการสำเนินสิ่งแวดล้อม เช่น หัวข้อ "Green Airport"
  • จัดการศึกษาดูงาน ณ ท่าอากาศยานที่มีประสบการณ์ด้านนี้
ภายนอก
  • จัดกิจกรรมและการประชุมเฉพาะกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions) เพื่อให้ท่าอากาศยานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • จัดการประชุมประจำปีกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อสื่อสารข้อมูลความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและสร้างแรงบันดาลใจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions)
  • จัดกิจกรรม "Open House" เพื่อให้ชุมชนหรือโรงเรียนในบริเวณใกล้เคียงได้รับทราบบทบาทของท่าอากาศยาน
  • ส่งเสริมการที่ชุมชนได้มาเป็นส่วนหนึ่งในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
  • สื่อสารกับพันธมิตรและระบบนิเวศความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions) ของท่าอากาศยาน
  • สื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียของท่าอากาศยานเกี่ยวกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions) ผ่านช่องทางที่มีอยู่
  • กระตุ้นความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในการเสื่อมหรือความเกี่ยวกับระดับแนวทางการรับมือด้านสิ่งแวดล้อมในระดับที่สูงขึ้น
  • สื่อสารกับสภาการบินนเพื่อให้ทราบถึงผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของท่าอากาศยานผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ
  • จัดกิจกรรม/สัมมนาเกี่ยวกับวิธีการสร้างความร่วมมือกับท่าอากาศยานในการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions)

แนวปฏิบัติและการจัดการ

การวิเคราะห์การใช้พลังงาน

          ทอท. ได้ดำเนินการวิเคราะห์การใช้พลังงาน เป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำรายงานด้านประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-efficiency) โดยพิจารณาการใช้พลังงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) ของท่าอากาศยานทั้ง แห่ง ครอบคลุมทั้งกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุน นำมาซึ่งแนวปฏิบัติของการดำเนินงานด้านพลังงาน ดังต่อไปนี้ 

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • การใช้ระบบอาคารอัตโนมัติเพื่อควบคุมระบบปรับอากาศ
  • การปรับเปลี่ยนหลอดไฟภายในอาคารทำอาคารให้เป็นระบบไฟส่องสว่างแบบ LED
  • การตั้งเป้าหมายลดตัวพลังงาน
  • ติดตั้งเครื่องทำความเย็นประสิทธิภาพสูง (High efficiency chiller) สำหรับลดความร้อนในอาคาร
  • ติดตั้งมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง (High efficiency motor) สำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่
ท่าอากาศยานดอนเมือง
  • การติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ในพื้นที่ให้บริการรถเช่าฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
  • การติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ในแท็กซี่ปฏิบัติการบิน (Airside) สำหรับยานพาหนะที่ใช้ในปฏิบัติงานท่าอากาศยาน
  • ปรับเปลี่ยนเครื่องทำความเย็น ระบบปรับอากาศภายในอาคารสำนักงานท่าอากาศยานเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง โดยดำเนินการเปลี่ยน Chiller จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ท่าอากาศยานภูเก็ต
  • วางแผนและบริหารจัดการการเปิด/ปิดไฟส่องสว่างและระบบปรับอากาศภายในอาคารผู้โดยสารให้สอดคล้องกับช่วงเวลาและปริมาณผู้โดยสาร
  • ปรับเปลี่ยนโคมไฟปรับระบบการขับ อากาศยาน (Taxiway) สนามจอดอากาศยาน (Apron) อาคารผู้โดยสาร และอาคารสำนักงาน จากหลอดไฟ Halogen เป็นหลอดไฟแบบ LED
ท่าอากาศยานเชียงใหม่
  • ใช้ระบบควบคุมไฟส่องสว่าง (Lighting System) ในการปิดไฟปรับเวลาห้องโถงผู้โดยสาร ภายในประตรอากาศจากห้องควบคุมกลาง ระหว่างเวลา 23.30 – 04.00 น.
  • เปลี่ยนระบบไฟส่องสว่างของลานจอดรถ ไฟทางวิ่ง และไฟบริเวณภายในท่าอากาศยานให้เป็นหลอดไฟ LED
  • ปรับปรุงระบบเครื่องทำความเย็น (Chiller) ในบริเวณพื้นที่ท่าอากาศผู้โดยสารต่างประเทศ
ท่าอากาศยานหาดใหญ่
  • วัดและประเมินการใช้ไฟฟ้าในแต่ละประเภทงาน เพื่อติดตามและปรับปรุมการตรวจสอบตัวพลังงาน
  • ติดตั้งหลอดไฟ LED บริเวณทางขับอากาศยาน (Taxiway) และทางวิ่ง (Runway)
  • ปรับเปลี่ยนหลอดไฟบริเวณหลุมจอดอากาศยานจากหลอดไฟ Halogen เป็นหลอดไฟ LED
ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • วางแผนและบริหารจัดการการเปิด/ปิดไฟส่องสว่างภายในอาคารผู้โดยสารให้สอดคล้องกับช่วงเวลาและปริมาณผู้โดยสาร
  • ปรับเปลี่ยนระบบไฟ Approach Lights จากหลอดไฟ Halogen และระบบไฟ Flashing Lights จากหลอดไฟ (Incandescent) รวมถึงหลอดไฟภายในอาคารผู้โดยสาร ให้เป็นหลอดไฟ LED
  • ปรับเปลี่ยนไฟส่องสว่างบริเวณพื้นที่ลาน จอดรถ Runway Edge Lights และ Taxiway Edge Lights จาก Halogen เป็น LED

อาคารประหยัดพลังงาน

          ทอท. ดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งที่ 2 และอาคารสำนักงานสถาบันวิทยาการท่าอากาศยาน โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประกอบด้วยการใช้แสงธรรมชาติ การระบายอากาศที่เหมาะสม ระบบจัดการน้ำฝน การเลือกใช้วัสดุที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างพื้นที่สีเขียวโดยรอบ ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารและสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยทั้งสองอาคารได้รับการออกแบบภายใต้เกณฑ์ LEED  for Building Design and Construction (LEED BD+C) ซึ่งเป็นมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากลของสภาอาคารเขียวสหรัฐอเมริกา (U.S. Green Building Council: USGBC) สำหรับอาคารก่อสร้างใหม่หรืออาคารที่ได้รับการปรับปรุงขนาดใหญ่  (New Construction/Major Renovation) 

แผนแม่บทที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายและตัวชี้วัด (Metrics & Targets)

          ทอท. ได้กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อใช้เป็นกรอบในการติดตามผลการดำเนินงานและประเมินความก้าวหน้าอย่างเป็นระบบ โดยเป้าหมายดังกล่าวครอบคลุมทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (Scope 1 และ Scope 2) และการเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 

          การกำหนดเป้าหมายอ้างอิงจากปีฐานที่เหมาะสม และมีการติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำ โดยผลการประเมินจะถูกนำเสนอให้คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนพิจารณา เพื่อใช้ประกอบการทบทวนเป้าหมายและมาตรการให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง 

🌿 เป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ตัวชี้วัดเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ หน่วย เป้าหมายรายปี
2567 2568 2569 2570 2571
1. การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ 2)
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ต่อจำนวนผู้โดยสาร ปีฐาน 5% 10% 15% 20%
2. การเพิ่มปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 20 จากปีฐาน (ปี 2567) ภายในปี 2571
คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ปีฐาน 5% 10% 15% 20%

Airport Carbon Accreditation (ACA)

          ท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท. จำนวน 6 แห่ง ได้เข้าร่วมโปรแกรม Airport Carbon Accreditation (ACA) ซึ่งพัฒนาโดย Airports Council International (ACI) เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานท่าอากาศยานอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับเป้าหมายการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับสากล

           ภายใต้โปรแกรม ACA ทอท. ได้ดำเนินการประเมินและทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) จากกิจกรรมการดำเนินงานของท่าอากาศยาน ตาม Airport Carbon Accreditation Guidance Document โดยขอบเขตการประเมินและการบริหารจัดการจะเพิ่มระดับความครอบคลุมและความเข้มข้นขึ้นตามระดับการรับรองของ ACA ซึ่งนำไปสู่การกำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

          ทั้งนี้ โปรแกรม ACA มีระดับการรับรองมาตรฐาน 7 ระดับ ในการเข้ารับการรับรองที่มีความท้าทายมากขึ้นตามลำดับ ซึ่ง
ท่าอากาศยานจะต้องเพิ่มระดับของการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ดังนี้

7 ระดับของโปรแกรม Airport Carbon Accreditation (ACA)
Level 1 Icon
ระดับ 1
Footprint Measurement
การจัดทำและทวนสอบรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการดำเนินงานของท่าอากาศยาน ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต 1 (ทางตรง) และขอบเขต 2 (พลังงานที่ซื้อมา) ตามมาตรฐานสากล
🏭
Level 1 Icon
ระดับ 2
Carbon management towards a reduced carbon footprint
การจัดทำระบบและนโยบายบริหารจัดการคาร์บอน พร้อมกำหนดเป้าหมายและแสดงหลักฐานผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
POLICY
TARGET ✓
EVIDENCE
Level 1 Icon
ระดับ 3
Third Party Engagement in Carbon Footprint Reduction
การขยายขอบเขตการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้ครอบคลุมขอบเขต 3 บางหมวด และแสดงหลักฐานการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก เช่น สายการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น และผู้เช่าพื้นที่ ในการร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
SCOPE 3
Level 1 Icon
ระดับ 3+
Carbon Neutrality for Direct Emissions by Offsetting
การชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ยังไม่สามารถลดได้จากการดำเนินงานโดยตรง (ขอบเขต 1 และ 2 รวมถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจของพนักงาน) ผ่านการใช้คาร์บอนเครดิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อให้ท่าอากาศยานมีสถานะ Carbon Neutrality
⚖️
RESIDUAL
EMISSIONS
CARBON
CREDITS
NEUTRALITY
Level 1 Icon
ระดับ 4
Transforming Airport Operations and Those of Its Business Partners
การกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวแบบ Absolute Emissions Reduction ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย IPCC (1.5°C หรือ 2°C) พร้อมจัดทำแผนบริหารจัดการคาร์บอนและแผนความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า
🌡️
IPCC 1.5°C / 2°C
→ → →
VALUE CHAIN
Level 1 Icon
ระดับ 4+
Compensation for Residual Emissions with Reliable Offsets
การชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เหลืออยู่จากการดำเนินงาน (ขอบเขต 1, 2 และการเดินทางธุรกิจ) ควบคู่กับการดำเนินการตามแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเชิงโครงสร้าง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero
COMPENSATION (Residual)
STRUCTURAL PLAN
TRANSITION to NET ZERO →
Level 5 Icon
ระดับ 5
The topmost level in Airport Carbon Accreditation programme
การบรรลุและรักษาสถานะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) สำหรับขอบเขต 1 และ 2 พร้อมจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต 3 ที่มีอิทธิพลสูง อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้เทคโนโลยี Carbon Removals เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
NET
ZERO
Scope 1,2
SCOPE 3
MGMT
CARBON
REMOVALS

แผนการดำเนินงานปี 2568

การติดตั้งไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar cell)

          ทอท. ได้กำหนดแนวทางการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนผ่านการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop และ Solar Floating) ภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน โดยพิจารณาการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงโครงสร้างในการลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวขององค์กร

         ทอท. จึงกำหนดแนวทางการใช้พลังงานสะอาดผ่านการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ที่พิจารณาจากการใช้ประโยชน์พื้นที่ภายในบริเวณท่าอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยได้มีการดำเนินงานภายใต้พื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ประกอบด้วย Solar Rooftop และ Solar Floating รวม 7 พื้นที่ภายในท่าอากาศยาน โดยมีขนาดกำลังการผลิตรวม 37.819 MW ใช้แผง Monocrystalline รวม 63,964 แผง

          สำหรับพื้นที่ติดตั้งนั้น ครอบคลุมหลังคาอาคารหลัก ลานจอดรถ และบ่อเก็บน้ำของสนามบิน โดยจากการประเมินการติดตั้งพบว่า ทอท. สามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ ได้ประมาณ จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง

โครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
Solar Installation Program — Phase 1 & 2
🏠
Solar Rooftop
โครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พื้นที่หลังคา
11.174MWp

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานแห่งแรกที่ใช้พลังงานหมุนเวียน ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่ช่วยเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ใช้งานภายในท่าอากาศยาน

ระยะแรกดำเนินการติดตั้งบนหลังคาอาคารผู้โดยสาร ขนาดกำลังการผลิต 11.174 เมกะวัตต์

🌊
Solar Floating
โครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พื้นที่บ่อน้ำ
26.645MWp

สำหรับระยะที่ 2 ในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะมีการติดตั้งเพิ่มขนาดกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 33.41 เมกะวัตต์

จากรูปแบบของการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) ซึ่งหากดำเนินการเสร็จสิ้น จะทำให้มีขนาดกำลังผลิตมากถึง 26.645 เมกะวัตต์

กำลังการผลิตรวมทั้งหมดTotal Installed Capacity
37.819
MWp
💰
การประเมินการติดตั้งสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตโดยก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงได้ประมาณ 1,841 ล้านบาท/ปี

การติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging station)

          ทอท. ร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยาน พลังงานบริสุทธิ์ จํากัด ในการดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าแบบบูรณาการด้วยการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging station) ภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน โดยวางแผนการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานภูเก็ต และสำนักงานใหญ่ ทอท. พร้อมทั้งพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน EV Anywhere เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ 

การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แนวปฏิบัติและการจัดการ

          การเข้าร่วมและยกระดับการรับรองภายใต้โปรแกรม ACA เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของ ทอท. สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions พร้อมยกระดับบทบาทของท่าอากาศยานไทยในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินที่รับผิดชอบต่อสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งปัจจุบัน  ทสภ. ทดม. ทชม. ทชร. และ ทหญ. ได้รับการรับรองใน ระดับที่ 3 : Third Party Engagement in Carbon Footprint Reduction  สำหรับ ทภก. ได้รับการรับรองใน ระดับที่ 2 : Carbon management towards a reduced carbon footprint

BKK
DMK
CNX
HDY
CEI
HKT

การร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ

          ทอท. ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact: UNGC) และสภาสมาคม
ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (Airport Council International: ACI) เพื่อรายงานความคืบหน้าด้านการจัดการด้าน
         การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสะท้อนถึงจุดยืนของ ทอท.ในการมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมุ่งสู่ท่าอากาศยานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goals : UN SDGs) นอกจากนี้ ทอท. ยังเข้าร่วมการประชุมและกิจกรรมของ ACI ด้าน
         สภาพภูมิอากาศ เช่น เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF) การบริหารจัดการโฟมดับเพลิงที่อาจมี
สาร PFAS เกณฑ์ Green Airports Recognition และโปรแกรม Airport Carbon Accreditation : ACA) เป็นต้น

หน้าที่ความรับผิดชอบ

          การดำเนินงานด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ทอท. อยู่ภายใต้ความรับผิดของคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ทอท. (อ้างอิง flowchart โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ ด้านบน) โดยมีหน้าที่พิจารณาการจัดทำแผนแม่บทด้านสิ่งแวดล้อม การกำหนดนโยบายและเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงพิจารณาแนวทางการงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไปอย่างเหมาะสม

แผนการดำเนินงานปี 2568

  • การจัดทำแผนการจัดการคาร์บอนของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง (Carbon Management Plan)
  • การประเมินความเสี่ยงและศึกษาแนวทางการพัฒนาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ นโยบาย การจัดการองค์กร การสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจ การวัดประสิทธิภาพ การสื่อสาร และการลงทุน  
  • เข้าร่วมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความรู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับท่าอากาศยานอื่นๆ

การดำเนินงาน

การกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กรสำหรับการประเมินผลกระทบทางการเงินในความเสี่ยงเชิงเปลี่ยนผ่าน : กฎระเบียบด้านสภาพภูมิอากาศ (Carbon Tax)

          ทอท. ได้นำแนวคิดการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing) มาใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินผลกระทบทางการเงินจากความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากกฎระเบียบด้านคาร์บอนในอนาคต

          การใช้ราคาคาร์บอนภายในองค์กรถือเป็นกฎระเบียบที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ตามกรอบความตกลง NDC อาจนำไปสู่การบังคับใช้ภาษีคาร์บอนในประเทศไทย โดยราคาคาร์บอนภายในองค์กรของ ทอท. ถูกกำหนดเป็นราคาที่อ้างอิงจากราคาภาษีคาร์บอนของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าว ราคาภาษีคาร์บอนที่ใช้คือ 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (5 SGD/tCO2e) หรือประมาณ 115 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (115 THB/tCO2e) ซึ่งถูกนำมาใช้ภายในองค์กร

          การใช้ราคาคาร์บอนภายในองค์กรช่วยให้ ทอท. สามารถประเมินผลกระทบทางการเงินของโครงการภายใต้บริบทการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นระบบ และสนับสนุนการบริหารความเสี่ยง รวมถึงการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวขององค์กร

รายได้ที่ยั่งยืน (Sustainable Revenue)

          ทอท. มีรายได้จากกิจกรรมที่เข้าข่ายเป็นรายได้อย่างยั่งยืน (Sustainable Revenue) ซึ่งเกิดจากการดำเนินธุรกิจหลักด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการท่าอากาศยานที่มีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยรายได้ดังกล่าวมาจากการพัฒนาและให้บริการโครงสร้างพื้นฐานท่าอากาศยานคาร์บอนต่ำ (Low-carbon airport infrastructure) เช่น ระบบจ่ายไฟฟ้าและอากาศให้แก่อากาศยานขณะจอด เพื่อทดแทนการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นต้น

          นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากการให้บริการภาคพื้น (Air transport ground handling operations) และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่ท่าอากาศยาน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานโดยตรง กิจกรรมดังกล่าวได้รับการประเมินว่าสอดคล้องกับแนวคิดของ EU Taxonomy ในด้านการมีส่วนช่วยอย่างมีนัยสำคัญต่อการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยคำนึงถึงหลักการไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

          รายได้จากกิจกรรมเหล่านี้สะท้อนถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของ ทอท. ที่บูรณาการเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

รายได้ที่ยั่งยืน

กิจกรรมที่โดดเด่นและโครงการที่สำคัญของ ทอท. ในปี 2568

การพัฒนาโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)

          ทอท. ดำเนินโครงการ “AOT อาสาปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” ภายใต้ความร่วมมือกับกรมป่าไม้ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

          โครงการดังกล่าวดำเนินการปลูกป่าบนพื้นที่รวมกว่า 360 ไร่ ครอบคลุม 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี และตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยยึดแนวทาง “การปลูกป่าอย่างยั่งยืน (Sustainable Forestation)” และ “การคำนวณการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ (Calculation for Carbon Sequestration in Tree)” ตามหลักเกณฑ์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. การปลูกป่าเลือกใช้ไม้สัก และไม้พื้นเมืองที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ เพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวของป่าตามธรรมชาติในระยะยาว โดยคาดว่าจะสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 4,099 ตันคาร์บอนเทียบเท่า ภายในระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ. 2568–2578)

          ในปีงบประมาณ 2568 ทอท. ได้ดำเนินกิจกรรมบำรุงและฟื้นฟูป่าในปีที่ 2 โดยมีผู้บริหารและพนักงานฝ่ายกิจการเพื่อสังคม ร่วมกับหน่วยงานราชการและชุมชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมดูแลรักษาต้นไม้ พร้อมจัดทำแนวกันไฟกว้าง 6 เมตรรอบพื้นที่ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากไฟป่า ณ พื้นที่ต้นน้ำเหนือเขื่อนวชิราลงกรณ์ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

          จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา สะท้อนถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นในการดูแลพื้นที่ปลูกป่าให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่พนักงาน ทอท. ผ่านการบำรุงและฟื้นฟูต้นไม้กว่า 72,000 ต้น บนพื้นที่มากกว่า 360 ไร่ พร้อมเสริมสร้างภาพลักษณ์ของ ทอท. ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการลดก๊าซเรือนกระจก และมีความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) เพื่อการรับรองคาร์บอนเครดิตในอนาคตอย่างเป็นระบบและโปร่งใส

การฝึกอบรมสร้างความตระหนักรู้ในด้านการอนุรักษ์พลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

          ทอท. ดำเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการจัดการพลังงานและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดอบรมและกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ที่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ของพนักงานในแต่ละระดับ

          การอบรมดังกล่าวครอบคลุมทั้งประเด็นการจัดการพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero โดยผลจากการอบรมถูกนำไปใช้สนับสนุนการดำเนินงานการวางแผนโครงการ และการตัดสินใจในระดับปฏิบัติการและระดับบริหาร

หัวข้อ "การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมในช่วงการเปลี่ยนผ่าน Carbon Neutrality และ Net Zero GHGs Emission" และ "กลไกการลดก๊าซเรือนกระจก (คาร์บอนเครดิต) และการชดเชยคาร์บอน แนวทางสู่การบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emission"

รูปที่ 1
รูปที่ 2

เป็นการบรรยายเพื่อการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในด้านการอนุรักษ์พลังงานและการจัดการก๊าซเรือนกระจก เตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผลการประเมินหลังการอบรมพบว่า พนักงาน ทอท. จำนวน 50 คนจากทุกท่าอากาศยานได้รับความรู้เชิงลึกด้านการจัดการพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และกลไกคาร์บอนเครดิต รวมถึงมีความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแนวทางสู่การบรรลุ Carbon Neutrality และ Net Zero GHG Emissions ผ่านการถ่ายทอดความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยความรู้ดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้ เช่น การจัดทำฐานข้อมูลด้านพลังงาน และการประเมินศักยภาพในการลดการปล่อยคาร์บอนของแต่ละท่าอากาศยาน ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมมีระดับความเข้าใจเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 35–40 เมื่อเทียบกับก่อนการอบรม ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิผลของโครงการในการเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรอย่างชัดเจน

กิจกรรมฝึกอบรมให้ความรู้ เรื่อง "การส่งเสริมการอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน ประจำปี 2568"

รูปที่ 1
รูปที่ 2

เป็นการบรรยายให้ความรู้และจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่พนักงาน โดยคณะวิทยากรจากบริษัท บลูริบบอน คอนซัลเทนท์ จำกัด ซึ่งพนักงานให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมทำกิจกรรม Workshop ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า รวมถึงแนวทางการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

โครงการการส่งเสริมความตระหนักรู้ผ่านสื่อออนไลน์

          ทอท. ดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พนักงานและผู้ใช้บริการท่าอากาศยานผ่านกิจกรรมรณรงค์และการสื่อสารในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินงานคาร์บอนต่ำขององค์กร 

          ในปี 2568 ทอท. ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของพนักงาน ทอท. และผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ดังนี้ 

World Ozone Day 2025 

“From science to global action”  

16 กันยายน 2568 | วันโอโซนโลก 

วันที่ให้ทุกคนตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการทำลายชั้นโอโซนและส่งเสริมการดำเนินมาตรการที่ช่วยปกป้องชั้นโอโซน 

วิธีปกป้องโอโซนแบบง่าย ๆ 

  • หลีกเลี่ยงสเปรย์/เครื่องใช้ที่มีสาร CFC 
  • ลดใช้โฟมและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 
  • ใช้ขนส่งสาธารณะหรือรถพลังงานสะอาด 
  • ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว 
  • แยกขยะรีไซเคิล และไม่เผาขยะ 
  • เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้สารทำความเย็นปลอดภัยต่อโอโซน 

วันคาร์ฟรีเดย์ (Car Free Day 

22 กันยายน 2568  

เรามาร่วมลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล
มาเดิน…มาปั่นจักรยาน หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
เพื่อส่งเสริมการใช้ทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงและทำให้เมืองของเราน่าอยู่มากขึ้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

World Ozone Day AOT Official Facebook

Car Free Day AOT Official Facebook

กิจกรรมที่โดดเด่นด้านการจัดการพลังงาน

          ทอท. ดำเนินโครงการด้านการจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพของอาคาร ระบบอำนวยความสะดวก และการดำเนินงานภายในท่าอากาศยาน โดยมาตรการต่าง ๆ ถูกคัดเลือกจากผลการวิเคราะห์การใช้พลังงานและการประเมินโอกาสในการลดการใช้พลังงาน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว

ICT as a Low-Carbon Enabler

          เพื่อให้เป็นไปตามยุคสมัยของบริบทโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทอท. มีการปรับตัวและสนับสนุนความมุ่งมั่นในการนำระบบเทคโนโลยีและการสื่อสารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในการดำเนินงานอย่างครบถ้วนและเป็นระบบ ประกอบด้วย การลดการใช้พลังงาน และการจัดการทรัพยากรด้านสารสนเทศ (ICT) อย่างคุ้มค่าและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ เพื่อให้การบริหารธุรกิจของ ทอท. เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการกำหนดนโยบายบริหารจัดการการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ ทอท. (AOT Green ICT Management Policy)

กิจกรรมที่โดดเด่นด้านการจัดการสภาพภูมิอากาศ

ต้นแบบท่าอากาศยานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Airport) แห่งแรกในไทย

          ทอท. มุ่งผลักดันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสู่การเป็นต้นแบบ Green Airport หรือท่าอากาศยานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในประเทศไทย ผ่านการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยอาคาร SAT-1 ได้มีการออกแบบให้เป็นอาคารยั่งยืน (Sustainable Building) และมีการติดตั้ง Solar Rooftop และ Solar Floating นอกจากนี้อาคาร SAT-1 ยังได้รับรางวัล Prix Verailles ในฐานะสนามบินที่สวยที่สุดในโลกประจำปี 2567 (The World’s Most Beautiful List 2024) จากคณะกรรมการThe Prix Versailles Selection Committee ร่วมกับ United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization หรือ UNESCO

ผลการดำเนินงานที่โดดเด่น

          ข้อมูลผลการดำเนินงานด้านพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เปิดเผยในตารางผลการดำเนินงาน จัดทำตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานทั้ง 6 ท่าอากาศยาน

          ทอท. ใช้มาตรฐาน วิธีการคำนวณ และสมมติฐานที่สอดคล้องกันอย่างต่อเนื่องในแต่ละรอบการรายงาน เพื่อให้สามารถติดตามแนวโน้มและประเมินความก้าวหน้าของผลการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม โดยการเปิดเผยข้อมูลด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ทอท. จัดทำโดยคำนึงถึงความสอดคล้องของกรอบและมาตรฐาน GRI Standards และได้รับการทวนสอบความถูกต้องในการเก็บข้อมูล โดยผู้ทวนสอบที่ได้รับการรับรอง

          ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงขอบเขตหรือวิธีการคำนวณ จะมีการเปิดเผยคำอธิบายเพิ่มเติมเพื่อรักษาความโปร่งใสของข้อมูล

🌿

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions)

ท่าอากาศยานไทย

ปี 2566(ปีฐาน / Baseline)
ปี 2568ข้อมูลล่าสุด
ความครอบคลุมของข้อมูล
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1
Total Direct GHG Emissions (Scope 1)
2,941.59 tCO2e
3,044.63 tCO2e
✓ 100%
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2
Total Indirect GHG Emissions (Scope 2)
284,837.17 tCO2e
293,530.95 tCO2e
✓ 100%
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3*
Total Other Indirect GHG Emissions (Scope 3)*
90,225.9 tCO2e
140,504.38 tCO2e
✓ 100%

หมายเหตุ: ข้อมูลรายงานตามปีปฏิทิน โดยปี 2566 เป็นปีฐานสำหรับการวิเคราะห์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

* การรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขต 3 (GHG Emissions Scope 3) ของ ทอท. เปิดเผยข้อมูลจากกระบวนการต้นน้ำ (Upstream) อาทิ การสกัด การผลิต การขนส่ง และการกระจายเชื้อเพลิงหรือพลังงานที่บริษัทซื้อมาใช้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Performance Table

การทวนสอบ/การรับรอง

การตรวจสอบภายใน

  • การประเมิน Eco-Efficiency
  • การจัดทำแผนการจัดการคาร์บอน

การรับรองจากหน่วยงานภายนอก

  • การรับรองการจัดทำข้อมูลคาร์บอนท่าอากาศยาน ภายใต้โครงการ Airport Carbon Accreditation: ACA ของ Airports Council International: ACI
  • กรอบสากลในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก Greenhouse Gas Protocol (GHGP) และสอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐานการรายงาน GRI เช่น GRI 305: Emissions

ทบทวนล่าสุด 27/02/2026